///ฉีดฟิลเลอร์อันตรายไหม ? เรามาดู 8 ข้อควรรู้ เพื่อการฉีดฟิลเลอร์อย่างปลอดภัย !

ฉีดฟิลเลอร์อันตรายไหม ? เรามาดู 8 ข้อควรรู้ เพื่อการฉีดฟิลเลอร์อย่างปลอดภัย !

  • ฉีดฟิลเลอร์อันตรายไหม
  • 20
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
    20
    Shares

คำถามที่ว่า ” ฉีดฟิลเลอร์อันตรายไหม ? ” เป็นคำถามยอดฮิตของหลายๆคนที่อยากสวย และมีปัญหา รอยบุ๋ม รอยตีนกา หรือ รอยร่องลึก ต่างๆนาๆบนใบหน้า

ในปัจจุบันคงไม่มีใครที่ไม่รู้จักการฉีดฟิลเลอร์ บางคนเคยได้ลองฉีดมาแล้ว หรือ บางคนอาจจะแค่เคยได้ยินเท่านั้น โดยฟิลเลอร์เป็นเทคนิครูปแบบใหม่สำหรับการปรับรูปหน้าในวงการศัลยกรรมค่ะ

โดยเป็นการฉีดสารชนิดที่มีคุณสมบัติในการเติมเต็มผิวหนัง ซึ่งมีลักษณะคล้ายคลึงกับน้ำหล่อเลี้ยงตามธรรมชาติเข้าสู่ผิวหนัง เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นนั้นเองค่ะ

สำหรับวันนี้ แชร์โดนใจ จะขอไขข้อข้องใจที่ว่า ฉีดฟิลเลอร์อันตรายไหม ? ให้ได้ทราบกันนะค่ะ หากใครอยากรู้รายละเอียดเพิ่มเติมของฟิลเลอร์ ให้เข้าไปอ่านได้ที่บทความตอนท้ายได้เลยค่ะ


สวยทันใจต้องได้มาตรฐาน !

การฉีดฟิลเลอร์ เป็นที่รู้กันดีอยู่แล้วว่าเป็นการเสริมความงามแบบสวยทันใจ โดยใช้เวลาไม่นานก็สามารถเนรมิตใบหน้าของคุณให้สมส่วนได้ อีกทั้งยัง ตกแต่งข้อบกพร่อง ยกกระชับขึ้น และ ลดริ้วรอยร่องลึก ได้ทันตาเห็น

ก่อนที่คุณจะตัดสินใจสำหรับการฉีดฟิลเลอร์นั้น ก็มีข้อควรคำนึงอยู่มากมายที่จะต้องนำมาประกอบการตัดสินใจ เพื่อป้องกันความผิดพลาดโดยเฉพาะการฉีดสารเข้าไปในร่างกายของเรา

ถ้าหากเป็นสารที่ไม่ได้มาตรฐาน FDA ทั้งในประเทศและต่างประเทศด้วยแล้ว ย่อมมีความเสี่ยงต่อการเกิดความผิดปกติต่อผิวหน้าคุณได้ในไม่ช้า​ค่ะ

ฉีดฟิลเลอร์อันตรายไหม

 

8 ข้อ ควรรู้ในการฉีดฟิลเลอร์อย่างปลอดภัย

1. แน่ใจว่าเป็นสารไฮยารูโรนิก (HA) ของแท้ 100%

ก่อนที่จะฉีดต้องแน่ใจว่าฟิลเลอร์ที่จะฉีดนั้น เป็นสารไฮยารูโรนิก แอซิด (HA) ของแท้ โดยเป็นสารสกัดจากธรรมชาติที่ผ่านกรรมวิธีคัดแยกสารที่มีความปลอดภัยต่อผิวสูง มีความคงตัว มีฤทธิ์เฉื่อย ไม่ก่อให้เกิดอาการแพ้ สามารถเข้าได้กับทุกสภาพผิว

2. ตรวจสอบยี่ห้อของฟิลเลอร์

ฟิลเลอร์ในปัจจุบันมีมากมายหลายยี่ห้อ จึงต้องตรวจสอบยี่ห้อฟิลเลอร์ที่ยังไม่พบว่าเกิดปัญหาต่อผิวหนัง ซึ่งได้รับรองมาตรฐาน FDA ทั้งต่างประเทศ และ ในประเทศ เช่น Restylane และ Juvederm เป็นต้น

3. ตรวจสอบจาก Lot No. และ ผู้ผลิต

ตรวจดูบริเวณข้างกล่องของฟิลเลอร์จะปรากฏ No. Lot  วันที่ผลิต วันหมดอายุ และ Ref. (เลขที่อ้างอิง) โดยทุกครั้งที่คนไข้ได้ทำการฉีดฟิลเลอร์ ทางสถานพยาบาลจะต้องนำสติ๊กเกอร์ Lot No. แปะไว้ในใบ PO ของคนไข้ โดยรหัส Lot No. จะสามารถตรวจสอบไปยังผู้ผลิตได้

4. แพทย์ต้องมีความเชี่ยวชาญและชำนาญ

ซึ่งทางแพทย์จะต้องมีความรู้ทางด้านกายวิภาคอย่างเชี่ยวชาญ โดยประเมินรูปร่างลักษณะของสัดส่วน เลือกฟิลเลอร์ที่มีโมเลกุลความละเอียด และปริมาณการฉีดได้อย่างถูกต้องตามความเหมาะสม เพื่อ่ช่วยลดความเสี่ยงต่อการฉีดที่ไปรบกวนเส้นเลือด หรือ เส้นประสาทอื่นๆ

ถ้าหากฉีดไปโดนเส้นเลือดหรือเส้นประสาทอื่นๆแล้ว อาจนำมาซึ่งอันตรายต่อเนื้อเยื่อโดยบางรายอาจถึงแก่ชีวิตได้

 

 

5. ตรวจสอบสถานพยาบาลที่ถูกต้องตามกฎหมาย

ตรวจสอบสถานพยาบาลโดยจะต้องได้รับการอนุญาตให้ดำเนินการอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งหากมีปัญหาเกิดขึ้นทางสถานพยาบาลจะมีเครื่องมือพร้อมที่จะสามารถช่วยคนไข้ในยามฉุกเฉินได้โดยท้นที

6. สารไฮยารูโรนิกของแท้ สามารถสลายได้อย่างง่ายดาย

ในการสลายจะมีเพียงสารเดียวเท่านั้นที่จะสามารถสลายสารไฮยารูโรนิกได้ นั้นก็คือ เอ็นไซม์ไฮยารูโรนิเดส (Hyarulonidase) โดยเอ็นไซม์นี้จะช่วยสลายสารไฮยารูโรนิกได้อย่างแม่นยำ 100%  และสามารถสลายได้อย่างรวดเร็ว โดยจะเกิดการยุบตัวลง และละลายเป็นน้ำซึมไปตามผิวหนังได้เอง

7. ระวังการฉีดฟิลเลอร์ในราคาหลักพัน !

ถ้าพบว่ามีการฉีดฟิลเลอร์ในราคาหลักพันก็ให้พึงระวังไว้ว่าของดีและถูกไม่มีจริง โดยมีความเสี่ยงต่อการโดนฉีดด้วยสารสังเคราะห์บางชนิด เช่น ซิลิโคนเหลว หรือ ฟิลเลอร์ที่ไม่ได้มาตรฐาน จึงส่งผลให้เกิดปัญหาต่อเนื้อเยื่อผิวตามมาได้

8. ฟิลเลอร์ที่ขายตามอินเตอร์เน็ตมีความเสี่ยงสูง

โดยฟิลเลอร์ที่ได้รับรองมาตรฐาน FDA นั้น จะเป็นยาควบคุมพิเศษที่ต้องซื้อโดยแพทย์และใช้ในสถานพยาบาลที่ถูกต้องตามกฏหมายเท่านั้น จึงทำให้การขายฟิลเลอร์ตามอินเตอร์เนต คุณจะไม่สามารถแน่ใจได้เลย

อีกทั้งยังมีความเสี่ยงที่จะเป็นฟิลเลอร์ปลอม ไม่ได้คุณภาพ หรือ หมดอายุ ได้ หากดูภายนอกอาจจะไม่แตกต่าง จึงต้องอาศัยความเชี่ยวชาญจากผู้ซื้อและ สถานพยาบาลที่ถูกต้องตามกฎหมายเท่านั้น


(รูปภาพนี้เป็นเพียงภาพตัวอย่างการขายฟิลเลอร์ในเวปไซต์เท่านั้น)

 

ควรดูแลตัวเองหลังฉีดฟิลเลอร์ เพื่อเพิ่มประสิทธิผลสูงสุด

โดยสารไฮยารูโรนิก แอซิต เป็นสารสกัดจากธรรมชาติที่มีองค์ประกอบของคอลลาเจน ซึ่งถูกนำมาประกอบกันเป็นร่างแหด้วยวิธีการทางเคมี และมีคุณสมบัติเปรียบได้เสมือนกับเป็นสปริงของผิว ดังนั้นจำเป็นต้องได้รับการดูแลหลังการเติมเต็มผิวเพื่อประสิทธิผลอย่างสูงสุด ดังนี้

  • ให้เลี่ยงเครื่องสำอาง และครีมที่มีส่วนผสมของ AHA, BHA และ Vitamin A
  • ควรดื่มน้ำ 8 – 16 แก้ว เพื่อช่วยเพิ่มการอุ้มน้ำ และช่วยให้ฟิลเลอร์ขยายปริมาตรเพิ่มขึ้นอีกด้วย
  • สามารถประคบผ้าเย็นในบริเวณที่ฉีดได้
  • งดการดื่มแอลกอฮอล์เป็นเวลา 24 ชม. หลังการฉีด
  • งดการสัมผัสกับความร้อน เช่น การซาวน่า ในช่วง 10 – 14 วันหลังการฉีด
  • งดการนวดหน้า การกรอผิว การทำเลเซอร์ทุกชนิด ในช่วง 10 – 14 วันหลังการฉีด
  • งดการออกกำลังกายหนักๆ

เป็นอย่างไรกันบ้างค่ะ หวังว่าข้อมูลดังกล่าวจะก่อให้เกิดประโยชน์แก่ทุกท่าน

ควรคำนึงอยู่เสมอว่าการที่จะฉีดสิ่งแปลกปลอมเข้าสู่ร่างกายของเรา ไม่ว่าจะเป็นชนิดใดก็แล้วแต่ จำเป็นต้องศึกษาให้ดีก่อนนะค่ะ อย่าเห็นแก่ของราคาถูกเพียงอย่างเดียว

หากเกิดข้อผิดพลาด หรือ สารที่ฉีดเข้าไปไม่ได้มาตรฐาน หรือ เป็นของปลอม มันไม่คุ้มกับความเสี่ยงที่มีโอกาสถึงชีวิตได้ค่ะ

อ่านรายละเอียดการฉีดฟิลเลอร์เพิ่มเติมได้ที่
ฟิลเลอร์ ฟิลเลอร์ – Filler มาทำความรู้จัก ผลข้างเคียงมีอะไรบ้าง และ ฉีดอย่างไรให้ปลอดภัย

 


ขอขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก : siam laser clinic

เปิดอ่าน 163


แชร์โดนใจ sharedonjaiแชร์โดนใจ ชอบก็แบ่งปั้น Like & Share


  • 20
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
    20
    Shares

Leave A Comment

บทความที่เกี่ยวข้อง