///ฟิลเลอร์ – Filler มาทำความรู้จัก ผลข้างเคียงมีอะไรบ้าง และ ฉีดอย่างไรให้ปลอดภัย

ฟิลเลอร์ – Filler มาทำความรู้จัก ผลข้างเคียงมีอะไรบ้าง และ ฉีดอย่างไรให้ปลอดภัย

  • ฟิลเลอร์
  • 15
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
    15
    Shares

หลายๆคนที่มีปัญหารอยบุ๋ม รอยตีนกา เหี่ยวย่น มีริ้วรอยบริเวณ มุมปาก ร่องแก้ม หรือ รอบดวงตา ก่อนวัย ซึ่งส่วนใหญ่แล้วมักจะอยู่ในช่วงอายุตั้งแต่ 35 ปีขึ้นไป ก็จะเริ่มเจอกับปัญหาเหล่านี้ และเชื่อว่าคงกำลังคิดหาวิธีแก้ปัญหาผิวหน้ากันอยู่ใช่ไหมละคะ

สำหรับบางคนหาซื้อครีมทาหน้าบำรุงผิว หรือ เซรั่ม ราคาแพงๆมาใช้ ทั้งนวดหน้า บริหารใบหน้า หรือ ฝึกโยคะใบหน้า ทำมาแล้วสารพัดวิธีก็ยังไม่ได้ผล หรือ อาจจะไม่เห็นผลเร็วทันใจ ซึ่งวิธีสำหรับการดูแลสุขภาพผิวให้กระชับเต่งตึงนั้นก็มีด้วยกันหลากหลายวิธีค่ะ

วันนี้ แชร์โดนใจ ขอนำเสนออีกหนึ่งวิธีที่ได้ผลเร็วและชัดเจน นั้นก็คือ การฉีดสารเติมเต็ม หรือ ฟิลเลอร์ ค่ะ


ฟิลเลอร์ (Filler) คืออะไร ?

ฟิลเลอร์ คือสารเติมเต็ม ไฮยารูรอนิก แอซิด (Hyaluronic Acid หรือ HA) เป็นสารประกอบของเซลล์และนำมาประกอบกันเป็นร่างแหโดยวิธีการทางเคมี โดยมีคุณสมบัติในการอุ้มน้ำได้มากกว่าน้ำหนักโมเลกุลของตัวมันถึงพันเท่า และมีลักษณะเป็นเนื้อเจล จึงทำให้มีความยืดหยุ่นสูง เมื่อฉีดไปที่ผิวหนังแล้วสามารถสลายตัวได้เองตามธรรมชาติ

ฟิลเลอร์จะใช้ฉีดเพื่อเติมเต็มในบริเวณชั้นผิวหนังหรือใต้ผิวหนัง โดยแพทย์ส่วนใหญ่จะใช้ฟิลเลอร์เพื่อลดและแก้ไขปัญหาริ้วรอยร่องลึกที่เกิดขึ้นบริเวณต่างๆของใบหน้า รวมถึงริ้วรอยร่องลึกรอบดวงตา ริ้วรอยร่องลึกมุมปาก รอยตีนกา หรือ หน้าผาก อีกทั้งยังสามารถช่วยในการแก้ไขปรับแต่งรูปหน้าได้อีกด้วย เช่น ร่องแก้ม เติมริมฝีปาก เป็นต้น

สำหรับบางคนที่เริ่มมีอายุมากขึ้นทำให้แก้มดูตอบลงก็สามารถใช้ฟิลเลอร์ในการแก้ปัญหาได้เช่นกัน หรือจะนำมาใช้ในการบำรุงผิวให้กลับมากระชับเปล่งปลั่งในบริเวณใบหน้า ลำคอ หลังมือ รวมทั้งบริเวณผิวหน้าอก ก็สามารถทำได้ค่ะ

ฟิลเลอร์

 

ฟิลเลอร์ แบ่งออกได้ 3 ชนิด ดังนี้

1.สารเติมเต็มชนิดชั่วคราว (Temporary Filler) โดยจะมีอายุในการใช้งานประมาณ 4-6 เดือน ซึ่งมีความปลอดภัยค่อนข้างสูง ใช้ได้อย่างปลอดภัย โดยไม่จำเป็นต้องทำการทดสอบอาการแพ้ใดๆก่อนการรักษา และยังสามารถสลายตัวได้เองตามธรรมชาติอีกด้วย

2.สารเติมเต็มชนิดกึ่งถาวร (Semi Permanent Filler) ชนิดนี้จะมีอายุยาวกว่าชนิดชั่วคราว โดยสามารถอยู่ได้นานประมาณ 2 ปี และมีความปลอดภัยในระดับปานกลาง

3.สารเติมเต็มชนิดถาวร (Permanent Filler) เป็นสารเติมเต็มจำพวก ซิลิโคน หรือ พาราฟิน หลังฉีดไปแล้วจะสามารถอยู่ในผิวไปได้ตลอดไม่สลายไปตามธรรมชาติ ข้อควรระวังคืออาจมีผลข้างเคียงเกิดขึ้นได้ในระยะยาว

 

ฉีดฟิลเลอร์แล้วได้อะไร ?

ฉีดฟิลเลอร์แล้วได้อะไร เป็นคำถามที่หลายๆคนอาจจะสงสัย เนื่องจากผิวหนังของคนเราจะมีส่วนประกอบสำคัญคือใยคอลลาเจน และเมื่อเราอายุมากขึ้นใยคอลลาเจนในผิวหนังก็ฝ่อลงไป จึงทำให้ผิวที่เคยอิ่มน้ำ เต่งตึง เปลี่ยนไปเป็นมีริ้วรอยร่องลึก และผิวหนังบางลง

เมื่อได้รับ ฟิลเลอร์ เป็นสารเติมเต็มที่มีส่วนประกอบของไฮยารูรอนิกเข้าไปก็จะช่วยให้ผิวพรรณดูดีขึ้น จากที่เคยมีร่องลึกก็จะดูตื้นขึ้น เพราะการฉีดฟิลเลอร์จะสามารถช่วยเติมเต็มใยคอลลาเจนที่หายไป ทำให้สภาพผิวดูเต่งตึงขึ้นกว่าเดิมนั่นเองค่ะ

 

ควรฉีด ฟิลเลอร์ แบบไหนถึงจะปลอดภัย ?

ในปัจจุบันฟิลเลอร์ที่ใช้ ในวงการแพทย์นิยมเป็นสารกลุ่ม ไฮยารูรอนิก แอซิด (Hyaluronic Acid) เท่านั้น โดยในปัจจุบันก็มีหลากหลายยี่ห้อที่ผ่านมาตรฐาน อย. แล้ว

ก่อนที่จะฉีดสารเข้าสู่ร่างกาย เราควรศึกษาและให้แน่ใจก่อนว่าสารยี่ห้อนั้นปลอดภัยหรือไม่ เพราะปัจจุบันมีของเลียนแบบและสารปลอมแปลงเยอะมาก ถ้าหากอยากให้แน่ใจ ควรดูยี่ห้อของฟิลเลอร์ที่ใช้ให้ดีว่าผ่าน อย. จริงหรือไม่

โดยสามารถเช็กจากเว็บไซต์ของ อย. ได้โดยตรงที่นี่ค่ะ

ฟิลเลอร์

 

ฉีด ฟิลเลอร์ มีผลข้างเคียงหรือไม่ ?

สำหรับผลข้างเคียงจากการฉีดฟิลเลอร์อาจมีตามมาได้ โดยหลังการฉีดอาจจะมีอาการตั้งแต่ไม่รุนแรง ไปจนถึงรุนแรงมาก อย่างเช่น เกิดผื่นแดง จุดแดง หรือจ้ำเลือดบริเวณที่ฉีดฟิลเลอร์จากรอยเข็มที่ฉีด ซึ่งอาการเหล่านี้ไม่ต้องกังวลค่ะ เพราะมันจะหายไปได้เอง

นอกจากนี้ก็อาจจะมีรอยแผลเป็นนูน เนื่องมาจากฉีดฟิลเลอร์มากไปหรือฉีดในตำแหน่งที่ตื้นเกินไป หรือฟิลเลอร์ไหลผิดตำแหน่งก็มี ซึ่งอาการเหล่านี้ถือว่าเป็นผลข้างเคียงที่ไม่รุนแรงนัก แต่ที่อันตรายก็คือ การฉีดฟิลเลอร์ผิดตำแหน่ง เช่น ฉีดเข้าหลอดเลือดอาจทำให้หลอดเลือดอุดตัน หรือแม้แต่การแพ้สารฟิลเลอร์ ซึ่งอาการเหล่านี้อาจส่งผลร้ายแรงถึงเสียชีวิตได้เลยค่ะ

 

ผู้ที่ไม่ควรฉีดฟิลเลอร์ ?

  • ผู้ที่แพ้ยาชา
  • ผู้ที่แพ้สาร Hyaluronic Acid
  • ผู้ที่ทานยาต้านการแข็งตัวของเลือด
  • ผู้ที่กำลังตั้งครรภ์ หรือ กำลังให้นมบุตรอยู่
  • ผู้ที่มีประวัติเป็นภูมิแพ้
  • ไม่เป็นคนที่เลือดออกง่าย

เนื่องจากคนเหล่านี้มีความเสี่ยงไม่ปลอดภัยสูง จึงไม่ควรฉีดฟิลเลอร์โดยเด็ดขาด

 

สามารถฉีดที่บริเวณส่วนไหนได้บ้าง ?

  • เติมเต็มริ้วรอยใต้ตา
  • ร่องแก้ม ร่องระหว่างคิ้ว ร่องใต้ตา
  • ร่องลึกต่างๆบนผิวหนัง
  • หลุมแผลเป็น
  • เติมเนื้อแก้ม หน้าผาก หรือขมับ
  • เติมริมฝีปากอวบอิ่ม
  • เสริมจมูกและคาง
  • ปรับรูปหน้า
  • Dolly Eyes

 

หลังทำจะได้ผลลัพธ์อย่างไร ?

  • สามารถเห็นผลการเปลี่ยนแปลงได้ทันทีหลังฉีด หากต้องการเห็นผล 100% ควรดูผลลัพธ์ประมาณวันที่ 4-5 เนื่องจากฟิลเลอร์และกล้ามเนื้อบริเวณนั้นจะหายบวมและเข้าที่ดีแล้ว
  • ส่วนบริเวณที่ฉีดจะกระชับขึ้น
  • ช่วยลดรอยหย่อนคล้อย ลดร่องลึกให้ตื้นขึ้น
  • หลังการทำเห็นผลเปลี่ยนแปลงที่เรียบเนียนเป็นธรรมชาติเหมือนเนื้อผิวปกติ
  • บริเวณที่ฉีดจะมีลักษณะได้รูปและสวยขึ้น
  • แลดูอ่อนเยาว์

 

ขั้นตอน และ ระยะเวลาการทำ

โดยทั่วไปแพทย์ใช้เวลาในการฉีดประมาณ 15-30 นาที โดยจะรู้สึกเจ็บเพียงเล็กน้อย หรือในบางรายอาจมีอาการเจ็บ บวม ปวด คัน แต่อาการเหล่านี้จะหายไปเองภายใน 1-2 วัน

เมื่อฉีดเสร็จแล้วแพทย์จะให้นอนราบพักสักครู่เพื่อให้ฟิลเลอร์เซตตัว หลังจากนั้นก็สามารถกลับบ้านหรือทำกิจกรรมต่างๆ ได้ตามปกติค่ะ

 

การดูแลหลังจากการรับบริการ

  • ให้เลี่ยงเครื่องสำอาง และครีมที่มีส่วนผสมของ AHA, BHA และ Vitamin A
  • ควรดื่มน้ำ 8 – 16 แก้ว เพื่อช่วยเพิ่มการอุ้มน้ำ และช่วยให้ฟิลเลอร์ขยายปริมาตรเพิ่มขึ้นอีกด้วย
  • สามารถประคบผ้าเย็นในบริเวณที่ฉีดได้
  • งดการดื่มแอลกอฮอล์เป็นเวลา 24 ชม. หลังการฉีด
  • งดการสัมผัสกับความร้อน เช่น การซาวน่า ในช่วง 10 – 14 วันหลังการฉีด
  • งดการนวดหน้า การกรอผิว การทำเลเซอร์ทุกชนิด ในช่วง 10 – 14 วันหลังการฉีด
  • งดการออกกำลังกายหนักๆ

การฉีดฟิลเลอร์ควรเลือกฉีดกับทางแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น และควรตรวจสอบให้ถี่ถ้วนก่อนว่าอุปกรณ์ เครื่องไม้เครื่องมือ ได้มาตรฐานหรือไม่

และที่สำคัญสารฟิลเลอร์ที่ใช้ฉีดนั้นต้องมีมาตรฐาน อย. และคุณภาพ เพื่อความปลอดภัยและสวยโดยไม่เสี่ยงหน้าพังอย่างที่เป็นข่าวตามที่ได้เห็นกันมากมาย

ของแบบนี้อย่าเห็นแก่ราคาถูกอย่างเดียวนะค่ะ หากเกิดข้อผิดพลาดขึ้นมา ต้องขอบอกว่าการแก้ไขหลังทำจะใช้เงินมากกว่าการฉีดเยอะค่ะ และมีโอกาสเสี่ยงถึงชีวิตด้วยนะค่ะ

 

บทความที่เกี่ยวข้อง
ฉีดฟิลเลอร์อันตรายไหม ฉีดฟิลเลอร์อันตรายไหม ? เรามาดู 8 ข้อควรรู้ เพื่อการฉีดฟิลเลอร์อย่างปลอดภัย !

 


ขอขอบรูปภาพจาก : siam laser clinic

เปิดอ่าน 382


แชร์โดนใจ sharedonjaiแชร์โดนใจ ชอบก็แบ่งปั้น Like & Share


  • 15
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
    15
    Shares

Leave A Comment

บทความที่เกี่ยวข้อง