///14 สาเหตุของปัญหา ผมร่วง ผมบาง สำหรับคุณผู้หญิง ที่คุณควรรู้ก่อนสายเกินแก้ !

14 สาเหตุของปัญหา ผมร่วง ผมบาง สำหรับคุณผู้หญิง ที่คุณควรรู้ก่อนสายเกินแก้ !

  • ผมร่วง ผมบาง
  • 38
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
    38
    Shares

ปัญหา ผมร่วง ผมบาง สำหรับคุณผู้หญิง พบมากขึ้นเรื่อยๆ จนหลายคนเริ่มมีความกังวล ทำให้ขาดความมั่นใจ จนต้องหาหลากหลายวิธีเพื่อปกปิดข้อบกพร่องในบริเวณที่มีผมหลุดร่วงใช่มั้ยละค่ะ

บางคนทั้งต่อผมให้ดูหนา ทั้งใช้น้ำยาปลูกผมชโลมหนังศรีษะ ก็ยังไม่ได้ผล ซึ่งคนส่วนใหญ่มักจะคิดว่าผู้หญิงไม่มีโอกาสศีรษะล้านเหมือนผู้ชาย ซึ่งไม่เป็นความจริงเลย

ดังนั้นก่อนที่คุณผู้หญิงจะหาวิธีแก้ปัญหา ผมร่วง ผมบาง แชร์โดนใจ จะขอทำความเข้าใจสาเหตุเพื่อแก้ไขปัญหาได้อย่างตรงจุดกันก่อนดีกว่านะค่ะ


ก่อนอื่นควรทำความเข้าใจกับวงจรชีวิตเส้นผมของคุณ เพื่อให้ผมกลับมาหนาขึ้นและคืนความมั่นใจให้กลับมาอีกครั้ง

เรามาดูวงจรชีวิตของเส้นผม มีทั้งหมด 3 ระยะ

1. ระยะเติบโต หรือ ระยะอานาเจน (Anagen Phase)

ในระยะเติบโตจะมีปริมาณ 85 % ของเส้นผมทั้งหมดของคนเรา โดยในระยะนี้จะกินระยะเวลาตั้งแต่ 2 -6 ปีเลยทีเดียว เส้นผมที่อยู่ในระยะนี้จะยาวขึ้นปีละ 10 เซนติเมตร และโดยทั่วไปเส้นผมก็มักจะไม่ยาวเกินไปกว่า 1 เมตร

2. ระยะแปรเปลี่ยน หรือ ระยะคาตาเจน (Catagen Phase)

ในระยะแปรเปลี่ยนจากปลายของระยะอานาเจนก็จะเข้าสู่ระยะคาตาเจน จะมีปริมาณ 2 % ของเส้นผมทั้งหมดของคนเรา ซึ่งกินเวลาประมาณ 2 สัปดาห์ โดยในระยะนี้รูขุมขนจะหดตัวลง จึงทำให้รูขุมขนจะตื้นมาก ทำให้ส่วนล่างที่เคยต่อเชื่อมกับ เดอร์มัล แปปิลลา (Dermal Papilla) ถูกตัดขาดออกจากกัน เส้นผมหรือเส้นขนในระยะนี้จะบางลงและมีสีซีดลงเนื่องจากสูญเสียเซลล์สี

เดอร์มัล แปปิลลา (Dermal Papilla) คืออะไร ?
เส้นผมงอกมาจากเซลล์แรกเริ่มที่เรียกว่า เดอร์มัล แปปิลลา (Dermal Papilla) ซึ่งจะเจริญพัฒนาไปเป็นเซลล์ต่อม ผม (Hair Follicle) และแบ่งตัวสร้างเส้นผม สีผม ความหยิกของผม ฯลฯ โดยหนังศีรษะของคนเราจะมีต่อมผม ประมาณ 80,000 ถึง 1,200,000 ต่อม ซึ่งพันธุกรรมเป็นตัวกำหนดจำนวน ชนิด และ สี ของเส้นผมเรานั้นเองค่ะ

3. ระยะพักตัว หรือ ระยะเทโลเจน (Telogen Phase)

ในระยะพักตัวจะมีปริมาณ 10 – 15 % ของเส้นผมทั้งหมดของคนเรา ซึ่งกินเวลาประมาณ 1.5 – 3 เดือน โดยในระหว่างนี้เส้นผมที่ลีบแบนและซีดจะหลุดร่วงออกมา จึงทำให้เราเห็นการหลุดร่วงของเส้นผมวันละประมาณ 100 เส้น ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องปกติ

โดยส่วนใหญ่ร่างกายจะเริ่มสร้างรูขุมขนใหม่โดยสเต็มเซลล์ของเส้นผมและเติบโตจนเริ่มเข้าสู่ระยะอานาเจนต่อไป ในบางกรณีรูขุมขนเดิมที่อยู่ในระยะเทโลเจนอาจจะกลับเติบโตเข้าสู่ระยะอานาเจนก็ได้ โดยจะเริ่มสร้างเส้นผมหรือเส้นขนใหม่ขึ้นมา และหากเส้นผมหรือเส้นขนเดิมยังไม่หลุดร่วงออก เส้นขนใหม่นี้ก็จะดันเอาเส้นขนเก่าออกมาเอง และ ทุกอย่างก็จะเริ่มวนเวียนอีกครั้งหนึ่ง

 

14 สาเหตุของปัญหา ผมร่วง ผมบาง

หลังจากที่เราทราบวัฏจักรวงจรชีวิตของเส้นผมกันแล้ว ซึ่งวงจรปกติจะพบว่ามีการหลุดร่วงบ้างเป็นไปตามกลไกของร่างกาย แต่หากคุณพบว่าเส้นผมหลุดร่วงมากเกินจนผิดปกติ เราลองมาดูกันว่าคุณกำลังประสบกับสาเหตุเหล่านี้อยู่หรือไม่

1. พันธุกรรม อาการผมร่วงนั้น เกิดจากการเปลี่ยนแปลงฮอร์โมนเพศชายเทสโทสเตอโรน ไปเป็นฮอร์โมน ดีเอชที (DHT – dihydrotestosterone) ซึ่งสามารถพบได้ทั้งชายและหญิง มีผลให้รากผมเกิดความเสียหาย

สำหรับคุณผู้หญิงในวัยหมดประจำเดือนจะทำให้ฤทธิ์ของฮอร์โมน DHT เด่นขึ้น และทำให้เกิดภาวะผมบางที่บริเวณส่วนบน หรือ ด้านข้างของศีรษะคล้ายที่พบในผู้ชายได้เช่นกัน

2. เป่าผมบ่อยเกินไป โดยความร้อนจากไดร์เป่าผมจะทำให้ผมแห้งเสียได้ง่าย และอาจทำให้หนังศีรษะแห้ง คัน ขาดความชุ่มชื่น จึงทำให้เส้นผมหลุดร่วงจากหนังศีรษะได่ง่าย ดังนั้นจึงไม่ควรจ่อไดร์เป่าผมที่หนังศีรษะ โดยเฉพาะการใช้ไดร์เป่าผมบ่อยและนานจนเกินไป

3. อายุเพิ่มขึ้น เมื่ออายุมากขึ้น การเจริญเติบโตของผมจะช้าลง เป็นสิ่งที่เลี่ยงได้ยาก นอกจากการใส่ใจดูแลตัวเองให้มากขึ้น เช่น เลี่ยงการใช้สารเคมีกับผม ใช้แชมพูชนิดอ่อน ออกกำลังกาย และ รักษาสุขภาพให้แข็งแรง เป็นสิ่งสำคัญเพื่อช่วยยืดอายุของการเจริญเติบโตผมของเราไปด้วย

4. ความเครียด การปรับตัวของร่างกายที่อยู่ในสภาวะความเครียด มีผลทำให้การทำงานบางส่วนของผมหยุดการทำงานไปได้ เช่น หยุดการสร้างผมไว้ชั่วขณะ

ผมร่วง ผมบาง

5. การสระผมบ่อยเกินไป สำหรับคนที่หนังศีรษะมัน อาจจะเนื่องมาจากการออกกำลังกายทุกวัน จนทำให้ต้องสระผมทุกวันเป็นนิสัย ซึ่งการสระผมบ่อยเกินไปอาจทำให้หนังศีรษะแห้ง จนเกิดอาการคันศีรษะ ระคายเคือง ทำให้เป็นรังแคและผมร่วงได้ในที่สุด

6. ฮอร์โมนไม่สมดุล เช่น ฮอร์โมนไทรอยด์สูง ฮอร์โมนไทรอยด์ต่ำ หญิงวัยหมดประจำเดือน หญิงที่ได้รับการรักษาด้วยการให้ฮอร์โมนทดแทน หรือ การผ่าตัดมดลูกและรังไข่ออก ฮอร์โมนที่เปลี่ยนแปลงไปเหล่านี้จะทำให้ผมเข้าสู่ระยะพักเร็วขึ้นกว่าปกติ จึงก่อให้เกิดผมหลุดร่วงได้

7. ขาดสารอาหาร ผลสืบเนื่องมาจากการลดน้ำหนัก อดอาหาร หรือ ในผู้ป่วยโรคจิตบางชนิด เช่น อนอเรกเซีย(anorexia) หรือ บูลีเมีย (bulimia) อาจทำให้รากผมเกิดภาวะช็อค และ หยุดการเจริญชั่วคราวได้ สารอาหารที่ร่างกายได้รับไม่พอเพียง ทั้งพวกโปรตีน วิตามิน เกลือแร่ จะถูกนำไปใช้กับร่างกายในส่วนที่สำคัญก่อน

ดังนั้นการเจริญของผมอาจจะหยุดไปชั่วคราว แต่เมื่อได้รับสารอาหารที่เพียงพออีกครั้งผมจะเจริญขึ้นใหม่ได้เอง

ผมร่วง ผมบาง

8. การใช้ยาบางประเภท เช่น ยาเคมีบำบัด ยารักษาโรคความดันโลหิตสูง ยารักษาโรคเก๊าฑ์ หรือ ใช้วิตามิน A ขนาดสูงเพื่อการรักษาสิว ส่วนใหญ่ผมที่ร่วงไปจากสาเหตุดังกล่าวนี้ จะกลับเจริญเติบโตขึ้นมาใหม่เองได้ ทั้งนี้ ควรขอคำปรึกษาจากแพทย์ผู้ชี่ยวชาญอย่างถี่ถ้วน

9. ความเจ็บป่วยทางร่างกาย โดยโรคที่ก่อให้เกิดภูมิคุ้มกันบกพร่อง เช่น ภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง (AIDs) , โรคเอสแอลอี (SLE) และ โรคมะเร็งบางชนิด

10. สารเคมีจากการทำผม เช่น ยาย้อมผม , น้ำยาดัด , น้ำยายืดผม โดยไม่ถูกวิธี หรือ บ่อยครั้งจนเกินไป ทำให้เกิดการขัดขวางการเจริญเติบโตของเส้นผมได้ สารเคมีจะเข้าไปทดแทนสารอาหารที่ลำเลียงในเส้นผม ก็ให้เกิดผมขาด เสีย หลุดร่วง

11. การรัด หรือ ต่อผม โดยการรัด ถักเปียผมแน่นๆ หรือ การต่อผม จะส่งผลให้รากผมเกิดการอักเสบ เกิดรอยแผลบริเวณรากผม จนก่อให้เกิดการหลุดร่วง ตลอดจนทำให้เกิดผมบางถาวรได้อีกด้วย

12. การหวีผมขณะที่ผมยังเปียก การหวีผมขณะที่ผมยังเปียกอยู่ คุณอาจกำลังทำร้ายผมโดยไม่รู้ตัว เพราะนอกจากการหวีผมจะทำให้เส้นผมหลุดร่วงมากขึ้นโดยไม่จำเป็นแล้ว หวียังเสียดสีกับเส้นผมมากเกินไป จนทำให้ผมแห้งเสียได้

 

13. ภาวะตั้งครรภ์ หรือ หลังตั้งครรภ์ ขณะตั้งครรภ์ ฮอร์โมนบางชนิดมีการเปลี่ยนแปลงที่สูงขึ้น เมื่อหลังคลอดฮอร์โมนจึงมีการเปลี่ยนแปลงลงจนถึงขั้นปกติ จึงพบว่ามีผมร่วงมากขึ้น โดยในบางรายร่วงเป็นกระจุก บางรายอาจพบว่าผมร่วงเมื่อคลอดผ่านไปแล้วถึง 3 เดือน ซึ่งผมจะกลับมาขึ้นเป็นปกติได้ภายใน 3 – 6 เดือนได้ หลังมีอาการ

14. ภาวะหลังการผ่าตัด การผ่าตัดมีส่วนทำให้รากผมเข้าสู่ระยะพัก ก่อให้เกิดผมร่วง โดยที่ผมจะกลับมาเจริญขึ้นใหม่ได้เองหลังจากมีอาการ 6 เดือน


เมื่อเรารู้ถึงต้นต่อของสาเหตุแล้ว ทำให้เราแก้ปัญหา ผมร่วง ผมบาง ได้อย่างตรงจุด และ มีประสิทธิภาพ ประสิทธิผล มากยิ่งขึ้นได้อย่างแน่นอนค่ะ

 


ขอขอบคุณข้อมูลจาก : Girlisallaround womamandkid

เปิดอ่าน 121


แชร์โดนใจ sharedonjaiแชร์โดนใจ ชอบก็แบ่งปั้น Like & Share


  • 38
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
    38
    Shares

Leave A Comment

บทความที่เกี่ยวข้อง