/, ดูแลผิวหน้า, ผัก ผลไม้, สมุนไพร และ ยา, สุขภาพ/21 คุณประโยชน์ เพื่อสุขภาพ และ ความงาม กับ มะเขือเทศ

21 คุณประโยชน์ เพื่อสุขภาพ และ ความงาม กับ มะเขือเทศ

  • มะเขือเทศ
  • 5
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
    5
    Shares

สำหรับหลายๆคนที่ รักสุขภาพ และอยากมีผิวสวยใส สุขภาพดีจากภายใน วันนี้ แชร์โดนใจ จะขอแนะนำตัวช่วยที่ดีมากๆๆ คือ ” มะเขือเทศ ” สุดยอดสารอาหารของผิวที่ถูกนำมาใช้ประโยชน์ด้านความงาม อีกทั้งยังมีคุณสมบัติต้านโรคต่าง ๆ โดยเฉพาะโรคมะเร็ง เรามาดูกันเลยดีกว่า!


มะเขือเทศ คือ อะไร ?

มะเขือเทศ หรือ Tomato เป็นพืชชนิดหนึ่งที่มีอายุเพียง 1 ปี โดยอุดมไปด้วยคุณค่าทางอาหารมากมาย ทั้ง สารต้านอนุมูลอิสระ ไลโคปีนซึ่งเป็นสารสีแดง (Lycopene) แอลฟา-แคโรทีน (Alpha-Carotene) เบตา-แคโรทีน (ฺBeta-Carotene) ลูทีน (Lutein) อีกทั้งยังมี ใยอาหาร วิตามินเอ วิตามินบี1 วิตามินบี2 วิตามินซี วิตามินเค และแร่ธาตุหลายชนิด เช่น โปแตสเซียม แคลเซียม ฟอสฟอรัส แมกนีเซียม เหล็ก เป็นต้น โดยมะเขือเทศจัดเป็นผลไม้ที่มีการบริโภคมากที่สุดในโลก

มะเขือเทศขนาดปานกลางจะมีปริมาณวิตามินซีครึ่งหนึ่งของส้มโอทั้งผล
มะเขือเทศผลหนึ่งจะมีวิตามินเอราว 1 ใน 3 ของวิตามินเอที่ร่างกายต้องการในหนึ่งวัน

โภชนาการของมะเขือเทศ 100 กรัม จะมีปริมาณไลโคปีนอยู่ประมาณ 0.9 –9.30 มิลลิกรัม ให้พลังงาน 18 กิโลแคลอรี่ ประกอบไปด้วย

  • น้ำ 94.34 กรัม
  • โปรตีน 0.95 กรัม
  • ไขมัน 0.11 กรัม
  • คาร์โบไฮเดรต 4.01 กรัม
  • ไฟเบอร์ 0.7 กรัม
  • น้ำตาล 2.49 กรัม
  • แคลเซียม 11 มิลลิกรัม
  • ธาตุเหล็ก 0.68 มิลลิกรัม
  • แมกนีเซียม 9 มิลลิกรัม
  • ฟอสฟอรัส 28 มิลลิกรัม
  • โพแทสเซียม 218 มิลลิกรัม
  • โซเดียม 11 มิลลิกรัม
  • สังกะสี 0.14 มิลลิกรัม
  • วิตามินซี 22.8 มิลลิกรัม
  • โฟเลต 13 µg
  • วิตามินเอ 489 IU
  • วิตามินอี 0.56 มิลลิกรัม
  • วิตามินเค 2.6 µg
  • ลูทีนและซีแซนทีน 123 µg

ข้อควรระวัง!!
เนื่องจากมะเขือเทศมีสารโพแทสเซียมค่อนข้างสูง จึงไม่เหมาะกับผู้ที่เป็นโรคไตหรือผู้ที่มีภาวะโพแทสเซียมในเลือดสูง

โพแทสเซียม เป็นสารที่ช่วยในการหดและคลายตัวของกล้ามเนื้อหัวใจ จึงทำให้ไตไม่สามารถขับโพแทสเซียมออกได้อย่างที่ควรจะเป็น ส่งผลให้โพแทสเซียมคั่งในเลือด ทำให้เกิดอาการกล้ามเนื้อล้า หัวใจเต้นผิดปกติ และอาจทำให้หัวใจหยุดเต้นได้


21 คุณประโยชน์ของ มะเขือเทศ ?

ใช้มะเขือเทศเป็น อาหาร และยา

1. มีสารที่สามารถยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อรา ดังนั้นจึงใช้เป็นยารักษาโรคที่เกี่ยวกับปากที่เกิดจากเชื้อราได้

2. มีสารแอนตี้ออกซิแดนท์ คือ ไลโคปีน ที่มีคุณสมบัติสามารถลดการเกิดมะเร็งลำไส้ และมะเร็งต่อมลูกหมากได้

หากทานมะเขือเทศ 10 ครั้ง/สัปดาห์ จะช่วยลดอัตราการเกิดมะเร็งต่อมลูกหมากในเพศชายได้ถึง 45%

3. หากรับประทานมะเขือเทศเป็นประจำ ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็งรังไข่ ในเพศหญิง

4. มะเขือเทศยังมีบีตา-แคโรทีน และฟอสฟอรัสในปริมาณมาก เนื่องจากที่มะเขือเทศมีรสชาติอร่อยนั้น เพราะมีกรดอะมิโนที่ชื่อกลูตามิคสูง

กรดอะมิโนนี้เองเป็นตัวเพิ่มรสชาติให้อาหาร ทั้งยังเป็นกรดอะมิโนตัวเดียวกับที่อยู่ในผงชูรสด้วย

5. มีฤทธิ์ขับปัสสาวะ จึงสามารถแก้อาการความดันโลหิตสูง

6. มะเขือเทศมีวิตามินเอจึงสามารถรักษาโรคตาได้

7. มะเขือเทศมีสรรพคุณทางยาค่อนข้างสูง เพราะมะเขือเทศมี วิตามินพี (citrin) ซึ่งจะช่วยป้องกันการแข็งตัวของหลอดเลือด

8. ช่วยเรื่องระบบการหมุนเวียนเลือดให้ดีขึ้นได้อีกด้วย

9. มีวิตามินเอซึ่งมีส่วนช่วยบำรุงสายตาได้

10. ช่วยป้องกันโรคสมองเสื่อม หรือ อัลไซเมอร์

11. ช่วยลดอาการเลือดออกตามไรฟัน

12. ช่วยให้ร่างกายสามารถต่อสู้กับโรคหอบหืดได้มากถึง 45%

13. หากทานเป็นประจำทุกวันช่วยลดความเครียดได้

14. เสริมสร้างกระดูกให้แข็งแรง ช่วยป้องกันโรคกระดูกพรุน เพราะมีวิตามินเคสูง

15. ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจ ช่วยลดความเสี่ยงจากการเกิดภาวะเส้นเลือดตีบ การเกิดโรคหัวใจวาย

สำหรับผู้ที่สูบบุหรี่เป็นประจำ ช่วยป้องกันการเกิดโรคหัวใจขาดเลือด

16. ที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งของมะเขือเทศ คือ มีวิตามินซีมากทำให้สามารถป้องกันและรักษาโรคลักปิดลักเปิด ช่วยให้ระบบย่อยในกระเพาะอาหาร และช่วยการขับถ่ายอุจจาระได้ดีขึ้นอีกด้วย

มะเขือเทศ

ใช้มะเขือเทศด้านความสวย ความงาม

17. นำน้ำมะเขือเทศ มาผสมกับน้ำมะนาว และทาบนใบหน้า จะช่วยทำให้รูขุมขนกระชับยิ่งขึ้น

18. นำน้ำมะเขือเทศ มาผสมกับน้ำแตงกวา และทาบนใบหน้า จะช่วยทำให้ลดความมันบนใบหน้า เนื่องจากส่งผลให้ใบหน้า มีการผลิตน้ำมันออกมาน้อยลงจากเดิม

19. รักษาสิว สมานผิวหน้าให้เต่งตึง โดยใช้น้ำมะเขือเทศพอกหน้า หรืออาจจะนำมะเขือเทศสุกฝานบาง ๆ แปะบนใบหน้า จะช่วยให้ผิวหน้าอ่อนนุ่ม ชุ่มชื่นสดใส

20. มีสารต่อต้านอนุมูลอิสระ ช่วยบำรุงผิวลดริ้วรอย ผิวพรรณไม่แห้งกร้าน และชะลอการเกิดริ้วรัยแห่งวัย

21. สามารถนำมาทำซอสมะเขือเทศหมักผมได้ โดยจะช่วยป้องกันการเปลี่ยนไปของสีผม อันเนื่องมาจากการว่ายน้ำในสระที่มีคลอรีน อีกทั้งยังนำมาใช้ขัดเครื่องประดับเงินชิ้นโปรดของคุณให้เงางามได้เหมือนเดิม


ทานมะเขือเทศอย่างไรให้ได้ประโยชน์สูงสุด ?

โดยทั่วไปหลายๆคนคิดว่าการทานผักแบบสดๆ นั้นต้องดีกว่า เพราะถ้าทานผักที่ผ่านความร้อนแล้วผักนั้นจะสูญเสียสารอาหารที่สำคัญไป แต่ไม่ไช่กับมะเขือเทศนะ เพราะถ้าอยากรับประโยชน์จากมะเขือเทศให้มากที่สุด ต้องทานแบบที่ผ่านการปรุงสุกมาแล้วจะดีกว่า

เนื่องจากมะเขือเทศที่ผ่านความร้อนจะทำให้การยึดจับของไลโคปีนกับเนื้อเยื่อของมะเขือเทศอ่อนตัวลง ทำให้ไลโคปีนถูกร่างกายนำไปใช้ได้ดีกว่า เนื่องจากเจ้าสารไลโคปีนเป็นสารอาหารที่ละลายได้ดีในไขมัน ดังนั้นจึงควรใช้น้ำมันปรุงมะเขือเทศด้วยจะยิ่งทำให้ร่างกายดึงไลโคปีนไปใช้ได้ดีขึ้น แต่ความร้อนอาจลดปริมาณวิตามินซีลงไป

คำแนะนำ
สำหรับคุณผู้หญิง ควรทานมะเขือเทศสดด้วย เพราะมะเขือเทศสดมีวิตามินซีสูง และมีใยอาหาร ทำให้ผิวพรรณดี
สำหรับคุณผู้ชาย ควรทานแบบสุก เพื่อให้ร่างกายได้รับสารไลโคปีนที่จะช่วยป้องกันมะเร็งต่อมลูกหมาก


วิธีทำ น้ำมะเขือเทศ เพื่อสุขภาพมะเขือเทศ

มะเขือเทศใช้นำมาทำเป็นน้ำผลไม้ โดยน้ำผลไม้ที่ขึ้นชื่อก็คือ น้ำมะเขือเทศดอยคำ ซึ่งนำมาดื่ม หรือ นำมาทำเป็นอาหารได้หลายเมนู เช่น ข้าวผัด ซุป ยำต่างๆ เป็นต้น แต่ถ้าใครอยากจะทำ น้ำมะเขือเทศ ด้วยตัวเอง สามารถทำได้ง่ายๆ

วิธีทำ น้ำมะเขือเทศ

  1. ล้างมะเขือเทศให้สะอาด หั่นให้เป็นชิ้นพอประมาณ
  2. ใส่เครื่องปั่นพร้อมน้ำเชื่อม น้ำเปล่า เกลือ ปั่นให้ละเอียด ชิมรสตามชอบ

วิธีทำ น้ำมะเขือเทศปั่น

  1. ล้างมะเขือเทศให้สะอาด หั่นเป็นชิ้นพอประมาณ
  2. ใส่เครื่องปั่นพร้อมน้ำเชื่อม เกลือ เติมน้ำเปล่า 100 กรัม (7 ช้อนคาว) เติมน้ำแข็งทุบละเอียด 150 กรัม (ประมาณ 1 แก้ว) ปั่นให้ละเอียด ชิมรสตามชอบ

วิธีทำ น้ำมะเขือเทศเข้มข้น

  1. ล้างมะเขือเทศให้สะอาด หั่นเป็นชิ้นพอประมาณ เพิ่มมะเขือเทศเป็น 2 ผล
  2. ใส่เครื่องสกัดน้ำผลไม้ ปั่นสกัดจนได้น้ำมะเขือเทศเข้มข้น รีบดื่มได้โดยไม่ต้องแช่เย็น การทิ้งไว้เพียง 10 นาที อาจทำให้วิตามินซีหมดไป
  3. ถ้าต้องการเย็น ใส่น้ำเชื่อม เติมน้ำแข็งทุบละเอียด 100 กรัม (ประมาณ 3/4 แก้ว)
  4. ถ้าไม่ต้องการน้ำเชื่อม ลองใช้ผลไม้รสหวาน เช่น สับปะรด แครอท สกัดอาน้ำเข้มข้น เติมแต่งรสได้

การดื่มน้ำมะเขือเทศให้ได้ประโยชน์สูงสุด
– ดื่มก่อนอาหาร คือตอนท้องว่าง โดยหยดน้ำมันลงในน้ำมะเขือเทศเพื่อช่วยในการดูดซึมของร่างกาย
– ดื่มหลังอาหาร หลังจากทานอาหารก็สามารถดื่มน้ำมะเขือเทศตามได้ทันที โดยไขมันในอาหารที่กินเข้าไปจะช่วยในการดูดซึมไลโคปีนได้ดีมากขึ้น

ชมวิดีโอวิธีทำน้ำมะเขือเทศ ประโยชน์มากมายเพื่อสุขภาพที่ดี (Cr. Nateetuch Boonpui)


ต้องดื่มแค่ไหนถึงจะเหมาะสม?

อาหารทุกชนิดถ้าทานมากเกินไปก็เป็นอันตรายได้ไม่ต่างจากน้ำมะเขือเทศ

ถ้าดื่มมากเกินไปก็ต้องระวังว่าร่างกายจะได้รับวิตามินซีมากเกินไป อาจทำให้กลายเป็นโรคนิ่วได้ นอกจากนี้มะเขือเทศมีโพแทสเซียมสูงมาก แนะนำว่าในคนปกติควรดื่มน้ำมะเขือเทศไม่เกิน 2 แก้ว หรือ 2 กล่องต่อวัน เพราะเป็นปริมาณที่ร่างกายจะสามารถขับโพแทสเซียมออกมาได้หมด

เพราะงั้นใครที่ชอบดื่มน้ำมะเขือเทศแบบกล่องยังต้องเลือกดื่มอย่างระมัดระวังด้วย เพราะอาจมีการเพิ่มโซเดียมลงไป

ดังนั้นควรเช็คสักนิดข้างกล่องน้ำมะเขือเทศนั้นมีปริมาณโซเดียมเท่าไหร่ ไม่เช่นนั้นร่างกายเราอาจได้รับโซเดียมมากเกินไป ทั้งจากในมะเขือเทศเองและจากโซเดียมที่เติมเข้ามาทำให้มีความเสี่ยงที่จะเกิดโรคอื่นๆ ตามมาเช่น ความดันโลหิตสูง โรคไต


สายพันธุ์ของมะเขือเทศ ที่นิยมในบ้านเรา

1. พันธุ์สีดา มก. (Porter KU.) มีลักษณะรูปร่างคล้ายพลัม ลูกเล็ก ผิวเรียบแข็ง เนื้อเยอะ สีออกชมพู

2. พันธุ์สีดา ผลมีลักษณะกลมคล้ายพลัม ผลสุกสีแดงอมส้มและผลดก

3. พันธุ์สีดาห้างฉัตร ผลเป็นรูปไข่ ผลอ่อนสีขาว ผลแก่สีแดงจัด

4. พันธุ์เเอล22 (L 22) รูปร่างคล้ายพลัม เปลือกบาง ผลดก เมื่อยังอ่อนมีสีขาว เมื่อสุกมีสีแดงอมส้ม

5. พันธุ์คิงคอง (King Kong) ขนาดผลใหญ่ รูปลักษณ์เป็นสี่เหลี่ยมชัดเจน ผิวเรียบแข็ง ผลค่อนข้างดก

6. พันธุ์ มข. 0-2 ผลมีรูปทรงคล้ายๆ สาลี่ ผิวเรียบแข็งสีแดง เนื้อเยอะ

7. พันธุ์ซานมาซาโนคาล เจ ผลค่อนข้างใหญ่ ออกเหลี่ยมๆ เปลือกแข็ง เนื้อหนา ผลสีแดงจัด


ดื่มน้ำมะเขือเทศทำให้ผิวขาวได้จริงไหม ? 

สาว ๆ ยุคนี้นิยมดื่มน้ำมะเขือเทศมากขึ้น เพราะเชื่อว่าจะทำให้ผิวขาวได้ แต่จริง ๆ แล้วแค่บำรุงผิวพรรณให้ดีขึ้นเท่านั้นค่ะ โดยมีข้อมูลจาก รองศาสตราจารย์ ดร.รัชนี คงคาฉุยฉาย อาจารย์ประจำ สถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล ระบุไว้ว่า ในน้ำมะเขือเทศมีเบต้าแคโรทีน สารไลโคปีน และเม็ดสีส้มแดงของมะเขือเทศ เมื่อทานเข้าไปเป็นระยะเวลาติดต่อกันนาน ๆ และมากเพียงพอ ก็ทำให้ผิวพรรณเปล่งปลั่ง ดูอมชมพูได้ แต่ไม่ใช่สีผิวที่แท้จริง และไม่ได้อยู่คงทนถาวร เพราะถ้าหากหยุดรับประทานไปเพียงแค่ 1 สัปดาห์ สีผิวเดิมของเราก็จะกลับมาแล้ว

Tip : มะเขือเทศแช่เย็น จะมีรสชาติ และสีผิวที่ซีดจางลง หากต้องการกินมะเขือเทศ ควรนำออกจากตู้เย็นวางทิ้งไว้ก่อนสักชั่วโมงหนึ่งเพื่อให้รสชาติที่ถูกกักจากความเย็นกลับคืนมา

มะเขือเทศ

 

รู้สรรพคุณและประโยชน์ของมะเขือเทศอย่างนี้แล้ว สำหรับคนที่ลดความอ้วน หรือ เป็นโรคเบาหวาน สามารถรับประทานมะเขือเทศได้ปกติ เนื่องจากมะเขือเทศ 1 ผล ให้พลังงานน้อยมาก และมีปริมาณน้ำตาลน้อย นะจ๊ะ

ใครที่ไม่ค่อยได้รับประทานมะเขือเทศ ก็ควรเริ่มฝึก และรับประทานอย่างสม่ำเสมอด้วยนะจ้า

 


ขอขอบคุณข้อมูลจาก : wikipedia.org , healthgossip.co
ขอขอบคุณรูปภาพจาก : gizmodo.com

เปิดอ่าน 908


แชร์โดนใจ sharedonjaiแชร์โดนใจ ชอบก็แบ่งปั้น Like & Share


  • 5
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
    5
    Shares

Leave A Comment

บทความที่เกี่ยวข้อง