///ลำไย ผลไม้รสออกหวานหน่อย ๆ อร่อย กับ 11 คุณประโยชน์ เยอะ!

ลำไย ผลไม้รสออกหวานหน่อย ๆ อร่อย กับ 11 คุณประโยชน์ เยอะ!

  • ลำไย ผลไม้รสออกหวานหน่อย ๆ อร่อย กับ 11 คุณประโยชน์ เยอะ!

ลำไย ผลไม้ที่คุณจะต้องตกใจ เมื่อรู้ถึงสรรพคุณและประโยชน์ เพราะนอกจากจะอร่อยแล้ว ยังสามารถบำรุงร่างกาย บำรุงเลือด บำรุงระบบประสาท ตา และหัวใจได้ด้วย

วันนี้ แชร์โดนใจ นำความรู้เรื่องของลำใยมาฝากค่ะ


ลำไย ผลไม้ที่มีเปลือกสีน้ำตาลอ่อน เนื้อขาวอมชมพูหรืออมเหลือง และมีเมล็ดสีดำข้างใน เป็นผลไม้ที่คนไทยรู้จักกันดี เพราะสามารถหาซื้อได้ง่าย

โดยลำไย มีชื่อวิทยาศาสตร์คือ Dimocarpus longan Lour. ในภาษาอังกฤษเรียกว่า Longan หรือบางคนอาจรู้จักกันในชื่อ “Dragon’s Eye” หรือตามังกร เนื่องจากมีลักษณะที่เหมือนดวงตา และมีเมล็ดสีดำข้างใน

ถึงแม้ลำไยจะเป็นผลไม้ที่คนไทยคุ้นหูคุ้นตา แต่ก็ยังมีหลายคนที่ไม่รู้ถึงประโยชน์ของลำไย วันนี้เราจึงนำเรื่องราวสรรพคุณ ประโยชน์และข้อควรระวังในการทานลำไยมาฝากกันค่ะ แต่ก่อนอื่น เรามาดูกันว่า คุณค่าทางโภชนากรของลำไยในปริมาณ 100 กรัม ให้อะไรเราได้บ้าง

พันธุ์ลำไย

ลำไยนั้นปลูกในหลายประเทศ แหล่งปลูกขนาดใหญ่คือประเทศจีนมีการปลูกลำไยถึง 26สายพันธุ์ โดยส่วนมากปลูกในมณฑลกวางตุ้ง 12สายพันธุ์ ปลูกในประเทศไต้หวันอีก 15สายพันธุ์ ปลูกในสหรัฐอเมริกา 1สายพันธุ์ คือพันธุ์โคฮาลา และในประเทศเวียดนาม ซึ่งมีแหล่งปลูกลำไยขนาดใหญ่ไม่แพ้จากประเทศจีน โดยมักมักปลูกในเวียดนามทางตอนเหนือที่มีอากาศหนาวเย็น

พันธุ์ลำไยของเวียดนามนั้นนำเข้ามาจากประเทศจีน ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่ทนได้ในอากาศเย็นจัดจนถึงจุดเยือกแข็ง ซึ่งต่างจากลำไยของประเทศไทยเกิดการกลายพันธุ์เป็นลำไยเมืองร้อน สามารถทนอุณหภูมิสูงได้ถึง40-43องศาในฤดูร้อน

ลำไย พันธุ์ไทย

ลำไย ในประเทศไทย สามารถแบ่งออกเป็นกลุ่มและแยกเป็นชนิดย่อย เช่น กลุ่มลำไยพันธุ์ดี (ลำไยกะโหลก) , กลุ่มลำไยป่า , กลุ่มลำไยพื้นเมือง(ลำไยกระดูก) , กลุ่มลำไยเครือหรือลำไยเถา(ลำไยชลบุรี)

1. ลำไยกะโหลก เป็นพันธุ์ลำไยที่ให้ผลขนาดใหญ่มีเนื้อหนารสหวาน แบ่งเป็นอีกสายพันธุ์ย่อยอีก คือ

– ลำไยสีชมพู มีผลใหญ่เนื้อหนา, เมล็ดเล็ก, เนื้อมีสีชมพูเรื่อๆ รสดีมากที่สุด

– ลำไยตลับนาค มีผลใหญ่เนื้อหนา, เมล็ดเล็ก, หวานกรอบ, เนื้อแห้ง, เปลือกบาง

– ลำไยเบี้ยวเขียว หรือลำไยอีเขียว ผลใหญ่กลมเบี้ยว เนื้อหนา เมล็ดเล็ก หวานกรอบ เนื้อล่อน

– ลำไยอีแดง สีเปลือกของผลค่อนข้างแดง เป็นพันธุ์ขนาดกลาง กิ่งเปราะหักง่าย ผลกลมใหญ่ เมล็ดใหญ่ รสหวาน

– ลำไยอีดอ ผลขนาดปานกลางมีเมล็ดเล็ก, รสหวาน เป็นลำไยที่มักออกดอกและเก็บผลผลิตก่อนพันธุ์อื่นๆ สามารถทนแล้งได้ดี ชาวสวนนิยมปลูกชนิดนี้มากที่สุด

– ลำไยอีดำ ผลใหญ่ ใบดำ เนื้อหนา เมล็ดเล็ก หวานกรอบ

– ลำไยอีแห้ว เป็นลำไยพันธุ์หนัก ลำต้นไม่ค่อยแข็งแรง เป็นพันธุ์ที่เจริญเติบโตดีมาก ทนแล้งได้ดี

– ลำไยอีเหลือง มีทรงพุ่มค่อนข้างกลม ออกผลดก กิ่งเปราะหักง่ายเมื่อมีผลดก ผลค่อนข้างกลมมีเนื้อสีขาวนวล เมล็ดกลม

– ลำไยพวงทอง เป็นพันธุ์ที่ช่อดอกขนาดใหญ่กว้าง ผลทรงค่อนข้างกลมและเบี้ยวเล็กน้อย ผิวสีน้ำตาลมีกระสีน้ำตาล เนื้อหนา กรอบ สีขาวครีม รสหวาน เมล็ดขนาดปานกลางและแบน ปลูกมากในภาคกลางตอนล่าง เช่น นครปฐม, สมุทรสาคร สันนิฐานว่ากลายพันธุ์จากเมล็ดมาจากลำไยกระโหลกและลำไยอีดอ

– ลำไยเพชรสาครทวาย สามารถออกดอกมากกว่าหนึ่งครั้งต่อปี มีใบขนาดเล็ก เรียวแหลม ออกดอกและให้ผลผลิตปีละ 2 รุ่น คือรุ่นแรกออกดอกราวเดือนธันวาคม-มกราคม และเก็บผลได้ประมาณเดือนพฤษภาคม – มิถุนายน, รุ่นที่สองออกดอกราวเดือนกรกฎาคม-สิงหาคม เก็บเกี่ยวผลได้ในเดือนธันวาคม-มกราคม ผลกลม เปลือกบาง เนื้อมีสีขาวฉ่ำน้ำ

– ลำไยปู่มาตีนโค้ง มีผลสวย ผลมีขนาดใหญ่สีเขียว ให้ผลดก แต่คุณภาพและรสชาดไม่ดี มีกลิ่นคาว เป็นสายพันธุ์ที่ไม่นิยมปลูกจึงหายากและเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์สูง มักพบในสวนลำไยรุ่นเก่าๆ

2. ลำไยกระดูก หรือ ลำไยพื้นเมือง เป็นพันธุ์พื้นเมือง ทรงพุ่มกว้างใบหนาทึบ ผลเล็กมีน้ำมาก เนื้อน้อยไม่หวาน มีน้ำตาลประมาณ 13.75% ขึ้นได้ทั่วไปปลูกง่าย เหลือให้เห็นน้อยเพราะไม่นิยมปลูก เนื่องจากไม่มีราคา มีหลายสายพันธุ์ย่อยแต่มักเรียกรวมกันว่าลำไยพื้นเมือง

3. ลำไยกะลา หรือ ลำไยธรรมดา ผลปานกลาง เนื้อหนากว่าลำไยพันธุ์กระดูก เนื้อกรอบบางมีน้ำมาก ให้ผลดก

4. ลำไยสายน้ำผึ้ง ลักษณะคล้ายลำไยธรรมดา แต่เนื้อมีสีเหลืองอ่อน เนื้อมีรสดี หอมกรอบ เมล็ดเล็ก

5. ลำไยเถา หรือลำไยเครือ เป็นไม้ต้นรอเลื้อย ลำต้นไม่มีแก่นจึงพันเข้ากับรั้วหรือหลัก ผลเล็ก, เมล็ดโตกว่าลำไยบ้าน, เนื้อหุ้มเมล็ดบางมีเนื้อน้อย รสชาติมีกลิ่นคล้ายกำมะถันจึงนิยมปลูกไว้ประดับมากกว่ารับประทาน นิยมปลูกไว้ประดับมากกว่าปลูกไว้รับประทาน ชอบขึ้นตามป่าเขา

6. ลำไยขาว เป็นลำไยพันธุ์โบราณหายาก ในครั้งหนึ่งเชื่อว่าเคยสูญพันธุ์ไปแล้วจากประเทศไทย แต่ในปี พ.ศ. 2554 ได้มีการตามหาและตอนกิ่งขยายพันธุ์อีกครั้งหนึ่ง ผลขนาดเล็กกว่าลำไยทั่วไป เปลือกสีน้ำตาลอ่อนเกือบขาว เนื้อสีขาวใส เมล็ดลีบ รสหวาน

และยังมีลำไยอีกหลากหลายชนิดที่ยังไม่ถูกจำแนก เช่น ลำไยใบหยก, ลำไยอีสร้อย, ลำไยตอหลวง, ลำไยเพรชน้ำเอก, ลำไยพวงเพชรบ้านแพ้ว เป็นต้น ฯลฯ

คุณค่าทางโภชนาการของเนื้อลำไยสด

ความชื้น 81.10%
ไขมัน 0.11%
เส้นใย 0.28%
โปรตีน 0.97%
เถ้า 0.56%
คาร์โบไฮเดรต 16.98%
พลังงาน 73 กิโลแคลอรี
แคลเซียม 5.70 มิลลิกรัม
เหล็ก 0.35 มิลลิกรัม
ฟอสฟอรัส 35.30 มิลลิกรัม
วิตามินซี 69.20 มิลลิกรัม
คุณค่าทางโภชนาการของเนื้อลำไยอบแห้ง 100 กรัม
ความชื้น 17.80%
ไขมัน 0.40%
เส้นใย 1.60%
โปรตีน 4.60%
เถ้า 2.86%
คาร์โบไฮเดรต 72.70%
พลังงาน 312 กิโลแคลอรี
แคลเซี่ยม 27.70 มิลลิกรัม
เหล็ก 2.39 มิลลิกรัม
ฟอสฟอรัส 159.50 มิลลิกรัม
วิตามินซี 137.80 มิลลิกรัม
โซเดียม 4.50 มิลลิกรัม
โพแทสเซียม 2,012.00 มิลลิกรัม
ไนอาซิน 3.03 มิลลิกรัม
วิตามินบี 0.375 มิลลิกรัม

ลำไย สรรพคุณที่คุณคู่ควร

ใบ รักษาริดสีดวงทวาร แก้ไข้มาลาเรีย หรือหากใครมีอาการหวัด ก็สามารถนำใบลำไย 10-15 กรัมมาต้มน้ำดื่มเป็นน้ำชา จิบแก้หวัดได้เหมือนกัน

ราก ช่วยรักษาอาการช้ำใน แก้อาการตกขาว และช่วยขับพยาธิเส้นด้าย

ดอก สามารถแก้นิ่ว และลดหนองได้

เนื้อ ช่วยรักษาอาการนอนไม่หลับ ขี้หลงขี้ลืม ใจสั่น บำรุงหัวใจ บำรุงประสาท หรือหากนำเนื้อลำไยตากแห้ง 14 ชิ้น และขิง 3 แผ่น มาหั่นบาง ๆ แล้ว ต้มกินรวมกันก็จะช่วยรักษาอาการท้องเสียได้

ส่วนใครที่มีปัญหาร่างกายอ่อนแอ ในตำรับยาของแพทย์แผนไทยก็บอกให้นำเนื้อลำไยจำนวนพอประมาณมาดองเหล้าประมาณ 100 วัน แล้วทานครั้งละ 1-2 ช้อนโต๊ะ หรือนำเนื้อลำไยแห้ง 10 กรัม มาผสมกับถั่วลิสง 15 กรัม แล้วนำไปต้มน้ำกิน ก็จะช่วยให้สุขภาพดีขึ้น เพราะลำไยมีฤทธิ์เป็นยาบำรุงร่างกาย

เปลือก แก้มึน ทำให้ตาสว่าง และลดรอยแผลเป็นในบริเวณที่น้ำร้อนลวกได้

เมล็ด แก้ปวด ขับปัสสาวะ โดยนำเมล็ดลำไยที่นำเปลือกสีดำออกแล้วมาทุบ แล้วนำไปต้มกิน นอกจากนี้ยังช่วยห้ามเลือด รักษาอาการกลาก โดยแกะเปลือกสีดำของเมล็ดลำไยออกแล้วใช้เมล็ดลำไยไปถูกับน้ำส้มสายชู มาทาบริเวณที่เป็นแผล

ขณะเดียวกันหากนำเมล็ดลำไยที่คั่วแห้งแล้ว มาบดเป็นผง แล้วชงน้ำกินครั้งละ 15-20 กรัม ก็จะช่วยรักษาโรคกระเพาะอาหารและอาการลำไส้อักเสบได้

 

ประโยชน์ของลำไยที่ไม่ควรพลาด

1. ยับยั้งสารก่อมะเร็ง

รศ.ดร.อุษณีย์ วินิจเขตคำนวณ อาจารย์จากภาควิชาชีวเคมี คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เผยผลวิจัยที่ได้นำเนื้อลำไยอบแห้งไปทดลองแล้วพบว่า เนื้อลำไยอบแห้งมีฤทธิ์ต้านความเป็นพิษต่อยีน หรืออธิบายง่าย ๆ ว่าสารในเนื้อลำไยอบแห้งมีสรรพคุณต้านพิษในสารก่อมะเร็งได้

โดยการวิจัยได้นำเอาสารก่อมะเร็งจากอาหารปิ้งย่าง อาหารทอดด้วยความร้อนสูง และควันบุหรี่ มาผสมกับสารสกัดลำไย ซึ่งพบว่า เซลล์มะเร็งมีการตายแบบธรรมชาติ (คือการตายทีละเซลล์โดยไม่ส่งผลต่อเซลล์รอบข้าง) เพิ่มมากขึ้น

อีกทั้งทีมวิจัยยังทำการศึกษาต่อในประเด็นที่ว่า สารสกัดลำไยอบแห้งสามารถช่วยยับยั้งการเกิดอนุมูลอิสระได้หรือไม่ โดยการนำเซลล์เม็ดเลือดขาวมากระตุ้นให้เกิดการอักเสบจากอนุมูลอิสระ แล้วนำสารสกัดจากเนื้อลำไยอบแห้งเข้าไปผสม ซึ่งก็พบว่า สารอนุมูลอิสระในเซลล์เม็ดเลือดขาวมีจำนวนลดลงอย่างมีนัยสำคัญ

อย่างไรก็ตาม การวิจัยนี้ยังคงต้องพัฒนาและต่อยอดองค์ความรู้ให้แน่ชัดกว่านี้ เพื่อตอบสนองความคาดหวังว่าจะใช้สารสกัดจากลำไยอบแห้งร่วมกับการรักษามะเร็งด้วยเคมีบำบัด หรือนำสารสกัดจากลำไยอบแห้งไปใช้ช่วยชีวิตผู้ป่วยมะเร็งในแง่อื่น ๆ เช่น ช่วยลดการใช้ยา หรือลดผลข้างเคียงจากการใช้ยาในอนาคต

2. ช่วยย่อยอาหาร

ลำไยสามารถช่วยกระตุ้นให้น้ำย่อยในกระเพาะอาการทำงานได้ แถมยังมีส่วนช่วยในการดูดซึมแคลเซียม เพิ่มแบคทีเรียที่มีประโยชน์ ลดแบคทีเรียไม่ดี และยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อโรคในกระเพาะอาหารและลำไส้ได้ แถมยังช่วยให้เจริญอาหารขึ้นอีกด้วย

3. บำรุงร่างกาย

ประโยชน์เด่นอีกอย่างของลำไย คือ เป็นผลไม้ที่ช่วยบำรุงร่างกาย บำรุงเลือด บำรุงประสาท บำรุงตา และบำรุงหัวใจ เพราะมีแร่ธาตุ วิตามินและสารอาหารที่มีประโยชน์อยู่มาก จึงพบได้ว่ามีคนนำลำไยไปทำเป็นยาบำรุงกำลังกันเยอะเลยค่ะ

4. บำรุงผิวพรรณ

เนื่องจากลำไยมีวิตามินซีและสารต่อต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพสูง แถมยังช่วยยับยั้งการสร้างเม็ดสีผิวเมลานิน จึงช่วยบำรุงผิวพรรณได้ แถมยังมีประสิทธิภาพดีกว่าเครื่องสำอางที่มีสารเคมีทั่วไปอีกด้วย

5. แก้อาการเครียด

ลำไยมีวิตามินบี 12 เยอะ ช่วยบำรุงสมอง รักษาอาการเครียด กระวนกระวาย แก้อาการอ่อนเพลีย และถ้าต้มลำไยแล้วดื่มก่อนนอนก็จะช่วยให้นอนหลับสบายขึ้น

6. รักษาอาการอัลไซเมอร์

ในตำรายาจีนโบราณบอกเอาไว้ว่า การนำลำไยมาต้มกับโสม ให้ผู้สูงอายุหรือคนความจำไม่ดีดื่ม สามารถช่วยรักษาอาการอัลไซเมอร์และขี้หลงขี้ลืมได้ เพราะโสมจะช่วยผ่อนคลายอารมณ์ และกระตุ้นการทำงานของสมอง ส่วนลำไยจะช่วยบำรุงสมองและทำให้ดื่มง่ายขึ้น

7. ป้องกันโรคโลหิตจาง

สารอาหารในลำไยสามารถช่วยให้การไหลเวียนของเลือดและการดูดซึมธาตุเหล็กดีขึ้น จึงป้องกันโรคโลหิตจางได้

8. เติมความสดชื่นให้ร่างกาย

เนื่องจากเป็นผลไม้รสหวานจึงมีคาร์โบไฮเดรตและน้ำตาลซูโครส กลูโคสสูง ซึ่งช่วยให้สดชื่นได้เร็ว ทำให้ลำไยเป็นผลไม้ที่ให้พลังงานกับร่างกาย กินลำไยแล้วจึงรู้สึกสดชื่นขึ้นได้ทันที

9. อุดมไปด้วยสารอาหารมากมาย

ที่ลำไยมีประโยชน์มากมายขนาดนี้ ก็เป็นเพราะว่าลำไยเป็นผลไม้ที่อุดมไปด้วยวิตามินซี และสารอาหารต่าง ๆ มากมายที่มีประโยชน์ ทั้งธาตุทองแดง วิตามินบี 12 น้ำตาลกลูโคส ฟรุกโตส และซูโคส แคลเซียม เกลือแร่ กรดอะมิโน กรดไขมันที่เป็นประโยชน์และจำเป็นต่อร่างกาย และอื่น ๆ อีกมากมายเลยค่ะ

10. กำจัดกลิ่นตัว

รู้หรือไม่ว่าการนำเมล็ดลำไยกับพริกไทยมาบดเข้าด้วยกันจนเป็นผง แล้วนำไปทารักแร้ สามารถช่วยกำจัดกลิ่นตัวได้ด้วยนะคะ

11. แก้ปวดจากข้ออักเสบ

จากการวิจัยของ ศ.ดร.อุษณีย์ วินิจเขตคำนวณ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พบว่าในเมล็ดลำไยมีสารโพลีฟีนอลซึ่งสามารถป้องกันการเสื่อมสลายและช่วยยืดอายุกระดูกอ่อนได้ยาวนานขึ้น

จึงมีการนำสารสกัดจากเมล็ดลำไยมาทำยาทาช่วยบรรเทาอาการข้ออักเสบ ซึ่งมีประสิทธิภาพดีเทียบเท่ายาไดอะเซียรีน ซึ่งเป็นยารักษาโรคข้อเข่าเสื่อมในปัจจุบัน

สอดคล้องกับตำราหมอยาพื้นบ้านในสมัยก่อนที่เคยนำลำไยมาใช้รักษาหัวเข่าอักเสบเช่นกัน โดยนำเมล็ดลำไยสดไปทุบให้พอแตกแล้วนำไปแช่กับเหล้าขาวทิ้งไว้ 7 วัน จากนั้นนำน้ำลำไยที่ดองไว้มาทาหัวเข่าที่อักเสบทุกวัน จนอาการอักเสบดีขึ้นตามลำดับ

โทษของ ลำไย ใครกินมากไป ควรระวัง

ตามหลักโภชนาการแล้ว เราควรกินผลไม้ 4-5 ส่วนต่อวัน และ ผลไม้ที่เรากินก็ควรมีความหลากหลาย ดังนั้นเราจึงควรกินลำไยในปริมาณที่พอเหมาะและควบคู่ไปกับผลไม้อื่นด้วย คือควรทานลำไยไม่เกิน 1 ส่วนต่อวัน ซึ่งหากเป็นลำไยสดก็ประมาณ 6-10 ผล แต่หากเป็นลำไยแห้ง ควรทานเพียง 2-3 เม็ด เพื่อให้ได้รับสารอาหารที่เพียงพอและไม่มากจนเกินไป

นอกจากนี้ ผู้ป่วยที่เป็นโรคเบาหวาน หรือ มีอาการอาหารไม่ย่อย ท้องอืด ท้องเสีย เป็นหวัด และเจ็บคอ ควรหลีกเลี่ยงการทานลำไยด้วย เพราะถึงลำไยจะมีประโยชน์มากแค่ไหน แต่ก็จัดเป็นผลไม้รสหวานจัด

เนื่องจากมีปริมาณน้ำตาลค่อนข้างสูง และจัดเป็นผลไม้ที่มีฤทธิ์ร้อน หากกินมากไปอาจส่งผลไม่ดีต่ออาการป่วยที่เป็นอยู่ ทำให้เจ็บคอหรือเป็นร้อนในได้

 

กินลำไยแล้วร้อนใน แก้ได้อย่างไร ?

เนื่องจาก ลำไย เป็นผลไม้ที่มีฤทธิ์ร้อน เมื่อทานเข้าไปมาก ๆ จึงทำให้เกิดร้อนในได้ แต่เราสามารถแก้ร้อนในได้ด้วยการดื่มน้ำตามลงไป ไม่ว่าจะเป็นน้ำเปล่าธรรมดา หรือดื่มน้ำเกลือ (น้ำเปล่า 1 แก้ว ผสมเกลือ1/2 ช้อนชา) น้ำสมุุนไพร หรือจะทานผัก ผลไม้สดที่มีน้ำเยอะตามลงไปก็ได้ค่ะ นอกจากนี้บางคนอาจเลือกกินมังคุด เพราะมังคุดถือเป็นผลไม้เย็นที่สามารถดับร้อนได้

ลำไย ทำอะไรกินได้บ้าง ?

ลำไย นอกจากจะเป็นผลไม้ที่กินอร่อย และ มีประโยชน์แล้ว ยังสามารถนำไปเป็นส่วนประกอบอาหารต่าง ๆ เพื่อเพิ่มรสหวานและเพิ่มสารอาหารได้อีกด้วยนะคะ เราสามารถนำลำไยไปตุ๋นกับอาหาร ต้มน้ำก๋วยเตี๋ยว หุงลงไปพร้อมกับข้าว หรือทำเป็นชาดื่มก็ได้

แต่ทีเด็ดของลำไยก็คือการนำมาทำเป็นของหวาน ของกินเล่น เช่น น้ำลำไย ลำไยอบแห้ง ลำไยลอยแก้ว หรือตามเมนูข้างล่างนี้

– วุ้นลำไยปีโป้ เมนูวุ้นทั้งง่ายและดี แบบนี้ก็มีด้วย

– ข้าวเหนียวเปียกลำไย ขนมไทยหวานมันใส่มะพร้าวอ่อนเหนียวนุ่ม


ประโยชน์เยอะ สรรพคุณสูง รสชาติอร่อย แถมราคาไม่แพงแบบนี้ จะไม่สนใจกินลำไยได้อย่างไรกันใช่ไหมคะ ?

แต่อย่าลืมว่าถ้ากินเยอะไปมันก็มีข้อเสียอยู่ด้วย เพราะฉะนั้น ควรทานแค่พอเหมาะ ให้ร่างกายได้ประโยชน์ทางโภชนาการจะดีที่สุดค่ะ

 


ขอขอบคุณข้อมูลจาก : หมอชาวบ้าน , สำนักประชาสัมพันธ์ เขต 3 , สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา , arda , Stylecraze , health.kapook , wikipedia.org
ขอขอบคุณรูปภาพจาก : taxclinic.mof.go.th , amazingthaitour.comเคล็ดลับการดูแลสุขภาพร่างกาย

เปิดอ่าน 618


แชร์โดนใจ sharedonjaiแชร์โดนใจ ชอบก็แบ่งปั้น Like & Share


Leave A Comment

บทความที่เกี่ยวข้อง