/, สาระน่ารู้, สุขภาพ, สุขภาพจิต/โรคติดอินเทอร์เน็ต หรือ ติดเกม ต้องเข้าใจสาเหตุ ก่อนหาวิธีแก้ไข

โรคติดอินเทอร์เน็ต หรือ ติดเกม ต้องเข้าใจสาเหตุ ก่อนหาวิธีแก้ไข

  • โรคติดอินเทอร์เน็ต หรือ ติดเกม ต้องเข้าใจสาเหตุ ก่อนหาวิธีแก้ไข

ในยุคสมัยนี้อินเทอร์เน็ตได้รับความนิยมแพร่หลาย และเจริญเติบโตอย่างทวีคุณ มันจึงทำให้เกิดโรคใหม่ชนิดหนึ่ง ซึ่งแพร่กระจายไปอย่างรวดเร็ว คือ ” โรคติดอินเทอร์เน็ต หรือ ติดเกม”

ดังนั้นการดูแลและแก้ไขปัญหาจึงเป็นสิ่งที่จำเป็น ซึ่งแนวทางการดูแลที่สำคัญคือการเข้าใจที่มาที่ไปของปัญหา โรคติดอินเทอร์เน็ต หรือ ติดเกม ตาม แชร์โดนใจ ไปดูกันเลยค่ะ


เนื่องจาก โรคติดอินเทอร์เน็ต หรือ ติดเกม นี้ มักเกิดจากหลายปัจจัยร่วมกัน และปัจจัยเหล่านี้มักมีผลซึ่งกันและกัน และมีความแตกต่างกันในแต่ละบุคคล พ่อแม่ผู้ปกครองหรือผู้เกี่ยวข้องจึงควรทบทวนสาเหตุที่มาที่ไปของบุตรหลานอย่างรอบด้านเพื่อนำไปสู่ความเข้าใจและการช่วยเหลือต่อไป

สาเหตุของการติดอินเทอร์เน็ต หรือ เกม แบ่งได้ดังนี้

1. ปัจจัยจากตัวเด็ก

ปัจจุบันพบว่าปัจจัยทางพันธุกรรม ก็มีส่วนเกี่ยวข้องกับการติดอินเทอร์เน็ต เช่น ยีนส์ที่เกี่ยวข้องกับการติดบุหรี่ก็พบว่าสัมพันธ์กับการติดอินเทอร์เน็ตเช่นกัน และพบว่าการเล่นเกมยังไปกระตุ้นสมองส่วนเดียวกันกับที่เกี่ยวข้องกับการติดสารเสพติดด้วย

นอกจากนี้ปัจจัยด้านจิตใจก็เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้เด็กใช้ติดอินเทอร์เน็ต หรือ เล่นเกม เช่น ความต้องการการยอมรับ การขาดความรู้สึกภาคภูมิใจในตนเอง ความต้องการมีตัวตน

รวมถึงการมีโรคทางจิตเวชต่างๆ เช่น โรคสมาธิสั้น โรคซึมเศร้า โรควิตกกังวล การติดสารเสพติดชนิดต่างๆ ก็เป็นปัจจัยที่สำคัญที่ทำให้เด็กไม่สามารถควบคุมการใช้อินเทอร์เน็ต หรือ เล่นเกมได้ นอกจากนี้การขาดการฝึกระเบียบวินัย และไม่มีทักษะชีวิตที่ดีๆ ก็เป็นปัจจัยเสริมที่สำคัญในการทำให้เด็กติดได้เช่นกัน

2. ปัจจัยจากครอบครัว

พบว่าการที่ผู้ปกครองมีความรู้เกี่ยวกับการใช้สื่อและอุปกรณ์ ICT และตระหนักถึงโทษของการใช้มากเกินจำเป็น ร่วมกับฝึกระเบียบวินัยและมีกฎกติกาในการใช้ให้แก่บุตร ส่งเสริมทักษะชีวิตด้านอื่น ๆ ที่จำเป็นแก่เด็ก

รวมถึงเป็นแบบอย่างที่ดีในการใช้สื่อ จัดสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสมให้แก่เด็ก เช่น การไม่มีสื่อและอุปกรณ์ ICT ในห้องนอนเด็ก รู้จักใช้อุปกรณ์หรือโปรแกรมในการควบคุมการใช้สื่อของเด็ก สามารถลดการใช้อินเทอร์เน็ต หรือ เล่นเกม ของเด็กได้

3. ปัจจัยด้านสังคม

สังคมที่ขาดนโยบายการควบคุมสื่อที่ไม่เหมาะสมสำหรับเด็ก สนับสนุนให้เด็กได้ใช้สื่อและอุปกรณ์ ICT ตั้งแต่เล็กโดยไม่มีการควบคุมดูแลอย่างเหมาะสม ไม่มีการสนับสนุนให้เด็กได้เรียนรู้เกี่ยวกับการใช้สื่ออย่างเหมาะสม

การไม่ตระหนักถึงโทษภัย และส่งเสริมประโยชน์ที่ควรได้รับจากการใช้อินเทอร์เน็ตหรือเกม ปัจจัยเหล่านี้ล้วนทำให้เกิดโทษจากการใช้และอาจนำไปสู่การติดอินเทอร์เน็ตหรือเกมได้

นอกจากนี้สังคมที่ไม่ได้ส่งเสริมให้เด็กมีทักษะอย่างรอบด้าน ขาดการตระหนักถึงและการแก้ไขปัญหาในสังคมต่างๆ เช่นปัญหาครอบครัว การกลั่นแกล้งรังแกในโรงเรียน การทารุณกรรม ซึ่งเป็นปัจจัยที่สำคัญที่ทำให้เด็กและเยาวชนอาจใช้อินเทอร์เน็ตหรือเกมเป็นทางออกของความเครียดอย่างไม่เหมาะสม และนำไปสู่การติด

ความผิดปกติที่เกิดขึ้นจาก โรคติดอินเทอร์เน็ต หรือ ติดเกม

แบ่งออกเป็น 5 กลุ่มใหญ่ คือ

1. Cybersexual Addiction การติด Adult Chat Room ผู้เป็นโรคติดอินเทอร์เน็ต หนึ่งในห้าจะเกี่ยวข้องกับกิจกรรมทางเพศ on-line เช่น

การดู Cyberporn หรือ เข้าร่วมใน Cybersex คนในกลุ่มนี้จะไม่มีความมั่นใจในตัวเอง Body Image ที่ผิดปกติ ความวิปริตทางเพศไม่ได้รับการรักษา หรือ พวกที่หมกมุ่นทางเพศมาก ในกลุ่มเหล่านี้จะเกิดอาการเสพติด Cybersex ได้ง่ายมาก

นอกจากนี้ Cybersex เป็นทางออกที่ปลอดภัย ค่าใช้จ่ายถูก และปราศจากโรคติดเชื้อ

2. Cyber-Relationship Addiction คือการคบเพื่อนจาก Chat Room , Newsgroup นำมาทดแทนเพื่อนหรือครอบครัวในชีวิตจริง ตลอดจนถึงการพัฒนาไปสู่ภาวะชู้สาวที่เกิดขึ้นทางอินเทอร์เน็ต

3. Net Complusion คือภาวะการติดการพนัน การประมูลสินค้าการเสื้อขายทางเน็ต

4. Information Overload ภาวะที่ทำการค้นหาข้อมูล และ Web Surfing ได้อย่างมากมาย และไม่สามารถยับยั้งได้

5. Computer Addition การใช้คอมพิวเตอร์ หรือการเล่นเกมทางคอมฯ ในลักษณะที่ไม่สามารถยับยั้งใจได้

โรคติดอินเทอร์เน็ต หรือ ติดเกม ต้องเข้าใจสาเหตุ ก่อนหาวิธีแก้ไข

อาการเตือนของการเริ่มติดอินเทอร์เน็ต

สรุปได้ดังนี้

1. มีความรู้สึกผูกพันกับอินเทอร์เน็ตมาก เช่น คิดถึงแต่กิจกรรมทางอินเทอร์เน็ตที่ผ่านมา ตั้งหน้ารอคอยการ on-line ครั้งต่อไป

2. มีความรู้สึกจำเป็นต้องใช้อินเทอร์เน็ตในประมาณเวลาที่มากขึ้น เพื่อให้บรรลุความพอใจของตน

3. ประสบความล้มเหลว ในการพยายามควบคุมลดหรือหยุดการใช้อินเทอร์เน็ต

4. หงุดหงิด ซึมเศร้า โกรธง่าย เมื่อพยายามลดหรือหยุดใช้อินเทอร์เน็ต

5. มักจะ on-line นานมากกว่าความตั้งใจเดิม

6. สูญเสียด้านความสัมพันธ์กับครอบครัว บุคคลอื่น ๆ การงาน การเรียนหรืออาชีพ

7. ใช้อินเทอร์เน็ตหลีกหนีปัญหาหรือความคับข้องใจ เช่น ความรู้สึกผิด ท้อแท้ ความวิตก

 

ปัญหาที่สำคัญในการรักษาโรคติดอินเทอร์เน็ต

ก็คือการปฏิเสธว่าตัวเองไม่ติดเน็ตการรักษาแบบง่าย ๆ ก็คือ การดึงปลั๊กออก ตัดสายโมเด็ม หรือโยนเครื่องคอมพิวเตอร์ทิ้งไป ความสำคัญของวิธีการรักษาก็อยู่ที่การหาความสมดุลย์ระหว่างการใช้อินเทอร์เน็ตกับกิจวัตรประจำวัน

อินเทอร์เน็ตมีประโยชน์มหาศาล ถ้านำมาใช้ให้ถูกวิธีและพยายามปรับปรุงจากการเรียนรู้ใหม่ เพื่อประโยชน์ต่อสุขภาพ หรือเพื่อทำให้หายป่วยเร็วขึ้น

สิ่งที่ครอบครัวควรปฏิบัติเพื่อป้องกันปัญหาการติดเกม

1. ก่อนจะซื้อเกมหรือคอมพิวเตอร์เข้ามาในบ้าน ควรคุยกับเด็กเพื่อกำหนดกติกาการเล่นเกมกันล่วงหน้าอย่างชัดเจนเสียก่อนว่าจะอนุญาตให้เด็กเล่นเกมได้วันใด เวลาใดบ้าง เล่นแต่ละครั้งนานกี่ชั่วโมงก่อนจะเล่นต้องรับผิดชอบทำอะไรให้เรียบร้อยก่อน เช่น ทำการบ้าน หรืองานบ้านที่รับผิดชอบให้เสร็จก่อน

ควรให้เด็กเล่นเกมเฉพาะวันหยุด เช่น เย็นวันศุกร์ วันเสาร์ และวันอาทิตย์ ครั้งละไม่เกิน 1ชั่วโมงในเด็กประถม ไม่เกิน 2 ชั่วโมงในเด็กวัยรุ่น และหากเด็กไม่รักษากติกา เช่น เล่นเกินเวลาไม่ทำการบ้านให้เสร็จก่อน เด็กจะต้องรับผิดชอบอย่างไร เช่น ริบเกมหรือตัดสิทธิในการเล่นเกมเป็นเวลาระยะหนึ่ง

คุณหมอแนะนำว่าให้เขียนกฎ กติกา มารยาทไว้ในที่เห็นชัด เช่น หน้าคอมพิวเตอร์ และมีสมุดลงบันทึกการใช้งานคอมพิวเตอร์

2. ไม่ควรวางคอมพิวเตอร์หรือเครื่องเล่นเกมไว้ในห้องนอนเด็ก ควรวางไว้เป็นสมบัติส่วนรวมของบ้านมีคนเดินผ่านไปมาบ่อย ๆ เช่น ห้องนั่งเล่น เพื่อที่ผู้ปกครองจะได้ติดตามเฝ้าดูได้

3. วางนาฬิกาไว้หน้าเครื่องคอมพิวเตอร์หรือเครื่องเล่นเกม หรือในจุดที่เด็กมองเห็นเวลาได้ชัด

4. ควรชมเมื่อเด็กรักษา และควบคุมตัวเองเวลาในการเล่นเกมได้

5. เอาจริงและเด็ดขาด เมื่อเด็กไม่รักษากติกา ไม่ใจอ่อน แม้ว่าเด็กจะโวยวาย เช่น ริบเกม และพ่อแม่ควรกลับมาทบทวนอย่างจริงจังว่า เกิดปัญหาอุปสรรคใดที่ทำให้เด็กไม่ทำตามกติกา

ควรคุยกับเด็กเพื่อหาทางแก้ปัญหาร่วมกัน เช่น กำหนดกติกาเพิ่มเติมให้เด็กเตือนตัวเองก่อน ถ้าไม่ได้พ่อแม่อาจเตือน 1 ครั้งล่วงหน้าก่อนหมดเวลา 10 นาที เมื่อหมดเวลา พ่อแม่จะเตือน และให้เด็กเลือกว่าเด็กจะหยุดเล่นเกมแล้วเซฟไว้ หรือจะให้พ่อแม่ปิดเครื่อง โดยไม่มีการต่อรอง

6. สร้างสัมพันธภาพที่ดีกับเด็ก สร้างบรรยากาศในครอบครัวให้อบอุ่น น่าอยู่

7. ส่งเสริมให้เด็กมีกิจกรรมอื่นที่สนุกสนานและเด็กสนใจ แทนการเล่นเกม เช่น ช่วยพ่อปลูกต้นไม้

8. ฝึกระเบียบวินัย สอนให้เด็กรู้จักแบ่งเวลา

9. พ่อแม่ควรมีความรู้เกี่ยวกับเกม แยกแยะประเภทของเกม เลือกใช้เกมที่เป็นประโยชน์ ควรพูดคุยและให้ความรู้สอดแทรกให้ลูกเข้าใจและยอมรับได้ว่าการเล่นเกมที่ดีควรเลือกเกมอะไร เกมที่ไม่ส่งเสริมให้เล่น เพราะอะไร

โรคติดอินเทอร์เน็ต หรือ ติดเกม ต้องเข้าใจสาเหตุ ก่อนหาวิธีแก้ไข

ถ้าพบว่าเด็กติดเกมแล้ว พ่อแม่ควรปฏิบัติดังนี้

1. ต้องวางกติกา หากในบ้านยังไม่มีกฎหรือกติกาการเล่นเกม พ่อแม่ต้องวางกติกา โดยพูดคุยกับเด็ก เพื่อกำหนดกติกากันล่วงหน้าก่อนจะซื้อเกม

2. พ่อแม่ควรมีเวลาอยู่กับเด็กมากขึ้น พาออกนอกบ้าน เพื่อไปทำกิจกรรมที่เด็กชอบ (ยกเว้นการไปเล่นเกมนอกบ้าน) เนื่องจากเด็กส่วนหนึ่งติดเกมเพราะความเหงา เบื่อไม่มีอะไรสนุกๆ ทำ

3. พ่อแม่ควรรักษาสัมพันธภาพที่ดีกับเด็ก หลีกเลี่ยงการบ่นด่า ตำหนิ ใช้อารมณ์ หรือถ้อยคำรุนแรง แสดงความเห็นใจ เข้าใจว่าเด็กไม่สามารถควบคุมตัวเอง หรือตัดขาดจากเกมได้จริงๆ

4. พ่อแม่ และผู้ใหญ่ทุกคนในบ้านต้องร่วมมือกันในการแก้ปัญหา โดยใช้กฎเดียวกัน อย่าปัดให้เป็นภาระหรือความรับผิดชอบของใครคนใดคนหนึ่ง

5. สร้างเครือข่ายผู้ปกครองที่มีเด็กติดเกมเหมือนๆกันหลายๆ ครอบครัว แล้วผลัดกันนำเด็กทำกิจกรรมหลังเลิกเรียน หรือในวันหยุด เช่น Camping, field trip, walk rally ฯลฯ จัดตั้งกลุ่มย่อยๆ เช่น sport club, adventure club เป็นต้น

6. การมีส่วนร่วม ในรายที่ติดมากจริงๆ และเด็กต่อต้านรุนแรงที่จะเลิก ในระยะแรกพ่อแม่อาจเข้าไปมีส่วนร่วมในการเล่นเกมกับเด็ก ทำความรู้จักกับเกมที่เด็กชอบเล่น

หากเห็นว่าเป็นเกมที่ไม่เหมาะสมหรือเกมที่ใช้ความรุนแรง พยายามเบี่ยงเบนให้เด็กมาสนใจเกมอื่นที่พอจะมีส่วนดี ดึงเอาส่วนดีของเกมมาสอนเด็ก เช่น เกมสร้างเมือง หรือ Strategic game ต่างๆ เมื่อสัมพันธ์ภาพกับเด็กเริ่มดีขึ้น พ่อแม่จึงค่อยๆ ดึงเด็กให้มาสนใจในกิจกรรมอื่นทีละเล็กทีละน้อย

7. บำบัดรักษาจากจิตแพทย์ หากทำทุกวิธีข้างต้นแล้วไม่ได้ผล หรือในกรณีที่สงสัยว่าเด็กอาจมีปัญหาทางจิตใจ หรือโรคทางจิตเวช เช่น ภาวะซึมเศร้า หรือสมาธิสั้น ควรส่งเด็ก เพื่อรับการวินิจฉัย และบำบัดรักษาจากจิตแพทย์ หรือจิตแพทย์


จะเห็นได้ว่ามีปัจจัยหลากหลายที่เกี่ยวข้องกับการติดอินเทอร์เน็ตรหรือเกม

หลายๆ ปัจจัยอาจดีขึ้นได้ทั้งจากตัวของเด็กและครอบครัวเข้าใจและช่วยเหลือกัน สร้างวินัย และส่งเสริมความภาคภูมิใจ และทักษะชีวิตของเด็ก รวมถึงความช่วยเหลือของสังคมที่ตระหนักและเข้าใจถึงปัญหาต่างๆ ในสังคม

หากทำสิ่งต่างๆ แล้วยังไม่ดีขึ้น หรือมีปัจจัยที่ต้องการการรักษาดูแลทางการแพทย์ การมาพบจิตแพทย์ก็เป็นทางออกหนึ่งที่สำคัญเช่นกัน

 


ขอขอบคุณข้อมูลจาก : คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล , ratthika.wordpress.com ,  health.whereis.center
ขอขอบคุณรูปภาพจาก : inspirelle.com , mybestbuddymedia.com , linkedin.com

เปิดอ่าน 847


แชร์โดนใจ sharedonjaiแชร์โดนใจ ชอบก็แบ่งปั้น Like & Share


Leave A Comment

บทความที่เกี่ยวข้อง