/, ครอบครัว, สุขภาพจิต/สัมพันธภาพในครอบครัว สิ่งสำคัญที่คุณควรรู้ ก่อนที่จะสายเกินแก้

สัมพันธภาพในครอบครัว สิ่งสำคัญที่คุณควรรู้ ก่อนที่จะสายเกินแก้

  • สัมพันธภาพในครอบครัว สิ่งสำคัญที่ควรรู้ ก่อนที่จะสายเกินแก้

บางครั้งการสร้างสัมพันธภาพ หรือการรักษา สัมพันธภาพในครอบครัว ให้ยืนยาวกลับไม่เป็นไปตามความตั้งใจดั่งที่หวัง

จึงทำให้เกิดความผิดหวังจากผลที่ไม่อยากได้ กลายเป็นมีความสัมพันธ์ที่ไม่ดีต่อกัน เกิดความขัดแย้งกันรุนแรงจนถึงขั้นแตกหักได้

ดังนั้น แชร์โดนใจ จะขอนำเสนอแนวทางการสร้าง สัมพันธภาพในครอบครัว เพื่อนำไปประยุกต์ในชีวิตค่ะ


สัมพันธภาพคืออะไร ?

สัมพันธภาพ คือ ความสัมพันธ์ระหว่างคน 2 คน ซึ่งอาจเป็นระหว่างคนในครอบครัวเดียวกัน เช่น สามีกับภรรยา แม่กับลูก พี่กับน้อง หรืออาจเป็นความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนร่วมงาน เพื่อนนักเรียนนั้น คนส่วนใหญ่มีความต้องการที่จะมีสัมพันธภาพที่ดีต่อกัน มีความรักความเข้าใจกัน ช่วยเหลือกันในเรื่องต่าง ๆ

แต่ก็มีปัจจัยต่าง ๆ ที่ส่งเสริมให้ความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันนั้น เป็นไปในทางตรงข้าม ทำให้ความสัมพันธ์แย่ลงเรื่อย ๆ จนถึงขั้นทะเลาะเบาะแว้งกันได้

สัมพันธภาพในครอบครัว สิ่งสำคัญที่ควรรู้ ก่อนที่จะสายเกินแก้

ปัจจัยที่ส่งเสริมให้เกิดสัมพันธภาพที่ดีต่อกัน

มี 3 ปัจจัยใหญ่อย่างดังนี้

1. การชมเชยหรือชื่นชมที่เหมาะสม

2. การติเพื่อก่อ

3. การแก้ไขความขัดแย้งในเชิงสร้างสรรค์

การชมเชยหรือชื่นชม

คนส่วนใหญ่ไม่ว่าจะอยู่ในครอบครัวหรืออยู่ในสังคมภายนอกครอบครัว มักจะไม่ค่อยชื่นชมหรือชมเชยกัน ในหลายครอบครัวพ่อแม่มีความเชื่อว่าถ้าชมลูกบ่อย ๆ เด็กจะเหลิง อาจกลายเป็นคนไม่ดีได้

ทำให้พ่อแม่ไม่ชมเมื่อลูกกระทำสิ่งที่ดีหรือมีพฤติกรรมในลักษณะเป็นสิ่งที่พ่อแม่ต้องการ จึงทำให้เด็กขาดกำลังใจ ขาดน้ำหล่อเลี้ยงจิตใจ การติดต่อสื่อสารที่ตรงและได้ผลดีมากที่สุดก็คือคำพูด ซึ่งจะดีกว่าภาษากายหรือการแสดงออกแล้วให้อีกฝ่ายหนึ่งเดาใจหรือเข้าใจได้เอง

 

จะชมเชยอย่างไร ? และเมื่อไรที่ควรจะต้องชมเชย

คนเราโดยทั่วไปต้องการคำชมเชย โดยการชมเชยที่จะสร้างเสริมสัมพันธภาพให้ดีควรมีลักษณะดังนี้

1. ชมพฤติกรรมที่เพิ่งเกิดขึ้นใหม่ ๆ

2. การชมความเน้นที่พฤติกรรมที่ทำได้ดี และชมทีละ 1 พฤติกรรม

3. บอกความรู้สึกของเราต่อพฤติกรรมนั้นอย่างจริงใจ

4. ชมเฉพาะสิ่งที่ควรชม

5. ไม่ชมมากเกินกว่าความเป็นจริง

ตัวอย่าง เช่น

ลูกหรือพ่อ บอกกับแม่ว่า
“วันนี้ แม่ทำกับข้าวอร่อยมาก ทำให้รับประทานอาหารได้มาก รู้สึกมีความสุข และภูมิใจที่มีคุณแม่ทำกับเข้าวอร่อย”

แม่บอกกับลูกว่า
“วันนี้ แม่รู้สึกภูมิใจที่ลูกช่วยล้างชามในตอนเย็นได้สะอาดเรียบร้อยดีมาก โดยที่แม่ไม่ต้องเรียกให้ทำ”

ลูกชอบโกหก อยากให้ลูกพูดความจริง ต้องทำอย่างไร ?

การติเพื่อก่อ อย่างสร้างสรรค์ ทำอย่างไร ?

คนส่วนใหญ่ ไม่ชอบฟังคำติ การติติงที่ไม่เหมาะสมมักจะทำให้เกิดผลเสียหายตามมา เช่น เกิดการทะเลาะกันได้ แต่การติในเชิงสร้างสรรค์ก็มีประโยชน์ และสามารถเสริมสร้างสัมพันธภาพที่ดีได้

การติในเชิงสร้างสรรค์ ควรมีลักษณะดังนี้

1. ต้องแน่ใจว่า เขาสนใจที่จะรับฟังคำติ และพร้อมที่จะรับฟัง

2. เรื่องที่จะติ ต้องเป็นเรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อเร็ว ๆ นี้ ไม่ใช่เกิดขึ้นเมื่อนานมาแล้ว

3. สิ่งที่จะติ ต้องเป็นสิ่งที่เปลี่ยนแปลงได้

4. พูดถึงพฤติกรรมที่ติให้ชัดเจน เป็นรูปธรรม

5. บอกทางแก้ไขไว้ด้วย เช่น ควรทำอย่างไรให้ดีขึ้น

6. รักษาหน้าของผู้รับคำติเสมอ เช่น ไม่สมควรติต่อหน้าคนอื่น

7. เลือกเวลาและจังหวะที่เหมาะสม เช่น ผู้รับคำติมีอารมณ์สงบหรือแจ่มใส ไม่ติในช่วงที่มีอารมณ์โกรธ

ตัวอย่างเหตุการณ์ เช่น

พ่อหรือแม่ ติลูกวัยรุ่นในขณะที่ ลูกมีอารมณ์สงบพร้อมที่จะรับฟัง เรื่องที่ลูกพูดคุยโทรศัพท์กับเพื่อนนานวันละ 3 ชั่วโมงในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมานี้ เป็นการกระทำที่พ่อแม่ไม่เห็นด้วย

ควรปรับลดเวลาการคุยลงให้เหลือวันละ ½ -1 ชั่วโมง เพื่อที่จะได้มีเวลาทำการบ้าน อ่านหนังสือ หรือนอนหลับพักผ่อนได้เพียงพอ

ตัวอย่างการสนทนา

แม่บอกกับลูกว่า
“วันนี้ลูกคุยโทรศัพท์กับเพื่อนมานาน 2 ชั่วโมงแล้ว แม่คิดว่าลูกควรหยุดคุยโทรศัพท์ได้แล้ว และหันมาทำการบ้าน อ่านหนังสือ แล้วเข้านอน จะดีกว่าที่เป็นอยู่นี้”

 

แก้ไขความขัดแย้งในเชิงสร้างสรรค์

การแก้ไขความขัดแย้งในเชิงสร้างสรรค์ ควรเป็นไปในลักษณะดังต่อไปนี้

1. แสดงความปรารถนาอย่างแน่วแน่ที่จะร่วมกันรักษาความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันไว้

2. มุ่งมั่นเชิงสร้างสรรค์ เป็นไปในทางการปรึกษากัน

3. ให้ความสำคัญ และตั้งใจฟังความคิดเห็นของอีกฝ่ายหนึ่ง

4. แสดงความคิดเห็นของเราให้ชัดเจนและสื่อสารให้อีกฝ่ายหนึ่งได้รับทราบ

5. ไม่ถือว่าการยอมรับความคิดเห็นของผู้อื่นเป็นเรื่องแพ้หรือเป็นเรื่องที่เสียหาย

6. ยอมรับฟังความคิดเห็นของกันและกัน

7. หลีกเลี่ยงการใช้อารมณ์ ขู่ คุกคาม ดื้อรั้น

8. ช่วยกันเลือกหาทางออกที่ยอมรับได้ทั้ง 2 ฝ่าย

แก้ไขความขัดแย้งระหว่างคู่สมรส

คู่สมรสทั้ง 2 คนจะต้องเปิดใจรับฟังกันก่อน โดยการพูดทีละคน และรับฟังกัน โดยพูดให้จบประโยคหรือจบประเด็นทีละคน และรับฟังให้เข้าใจว่าอีกคนตั้งใจจะสื่ออะไรให้ทราบ

ถ้าฝ่ายหนึ่งพูดแทรกในขณะที่อีกคนพูดไม่จบประเด็น ก็จะทำให้สื่อสารกันไม่ได้

ถ้าคนหนึ่งหรือทั้ง 2 คน โกรธ โมโห ข่มขู่ ก็จะยิ่งทำให้ไม่สามารถแก้ไขความขัดแย้งได้

เคล็ดลับ ความสุข ง่ายๆ ในชีวิตประจำวัน

ดังนั้นจึงต้องหลีกเลี่ยงการใช้อารมณ์ พยายามพูดคุยกันด้วยอารมณ์ที่สงบ และตั้งใจฟังความคิดเห็นของอีกฝ่ายหนึ่ง

ในท้ายที่สุดจึงช่วยกันเลือกหรือตัดสินใจมองหาทางออกที่ทั้งคู่ยอมรับได้

 

จิตบำบัดครอบครัว

หากคุณมีปัญหาความสัมพันธ์ในครอบครัว คุณควรศึกษา ” จิตบำบัดครอบครัว “

 


ขอขอบคุณข้อมูลจาก : si.mahidol.ac.th
ขอขอบคุณรูปภาพจาก : fakt.plliberascelta.eu

เปิดอ่าน 101


แชร์โดนใจ sharedonjaiแชร์โดนใจ ชอบก็แบ่งปั้น Like & Share


Leave A Comment

บทความที่เกี่ยวข้อง